คุยกัน? ท่านดูสิ ยามนี้พ่อข้าเพิ่งรับช่วงต่อแคว้นนี้ เรื่องที่ต้องจัดการมีมากมาย ช่วงนี้ข้าต้องช่วยเขาจัดการเรื่องบางอย่าง ต้องยุ่งมากแน่ๆ ดังนั้นท่านว่า…”
เจ้าตำหนักชำเลืองมองนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำมีแรงดึงดูดเอ่ยว่า “ในเมื่อตอนนี้วิกฤตของจวนตระกูลเฟิ่งผ่านไปแล้ว เจ้าควรจะจัดการเรื่องของเราสองคนเสียทีใช่หรือไม่?”
“หา? เราสองคนมีเรื่องอะไร?” เธอถามอย่างแสร้งโง่
“บิดาเจ้าพอใจข้าอย่างยิ่งในทุกๆ ด้าน” พูดถึงเรื่องนี้เขาภูมิใจยิ่งนัก เพราะจัดการเรื่องว่าที่พ่อตาได้แล้วอย่างง่ายดาย ตอนนี้ขอแค่นางพยักหน้า เรื่องนี้ก็สำเร็จแล้ว แต่ว่าอยากจะให้หญิงผู้นี้พยักหน้านั้นไม่ง่ายเลย!
“เหอะๆ ใช่รึ? พอใจก็ดี ท่านเป็นผู้มีพระคุณอย่างยิ่งของตระกูลเฟิ่งเรา จะไม่พอใจ ไม่ชอบหน้าท่านได้หรือ?” เธอยิ้มเก้อๆ ไม่ค่อยอยากคุยต่อสักเท่าไหร่แล้ว ดังนั้นจึงลุกยืนขึ้นก่อน
“คืนนี้ข้าง่วงนิดหน่อย เอาแบบนี้ไปก่อนแล้วกัน! ข้าจะไปนอนก่อน พรุ่งนี้ยังต้องตื่นเช้าอีก อืม เท่านี้แหละ” เธอโบกๆ มือ เท้าก้าวออกไปสองก้าวก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำที่มีแรงดึงดูดน่าเย้ายวนจากด้านหลังดังมา เมื่อได้ยินคำพูดน่าไม่อายจากเขา ฝีเท้าที่ก้าวออกไปสะดุดไปนิดจนแทบจะล้ม
“ข้าต้องอุ่นเตียงให้รึไม่ เรื่องนี้ข้าถนัดนัก”
เขามองนางเดินไปเรือนหลังนั้นราวกับหนีเอาชีวิตรอดโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมาอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะปิดประตูดังปัง เห็นเช่นนี้มุมปากจึงยกยิ้มขึ้นม