แค้น
แต่เฟิ่งเซียวอาจนึกถึงความสัมพันธ์ที่มีกับตระกูลมู่หรงมาตลอดชีพ ถึงได้ปล่อยพวกเขาไป ทำเช่นนี้ช่างเป็นการช่วยเหลือผู้หลงผิดโดยแท้
อาจเพราะตระหนักได้จริงๆ ว่าตัวเองหมดอนาคตแล้ว มู่หรงป๋อเวลานี้สองตาไร้แวว มองทหารทุกคนที่คุกเข่าไม่ยอมลุกอย่างอึ้งงัน ก่อนจะหันมองจวนตระกูลเฟิ่ง เขาเห็นเหล่าตระกูลและกลุ่มอำนาจยืนดูอยู่ไม่ไกล เห็นชาวบ้านแต่ละคนต่างชี้มือชี้ไม้มาที่เขาพร้อมพูดคุยกัน…
โลกใบนี้เหมือนเหลือเพียงเขาคนเดียว โดดเดี่ยว อ้างว้าง และน่าเศร้าเช่นนั้น
ตกอยู่ในจุดที่ทุกคนต่างตีตัวออกห่าง จะโทษใครได้?
ทำให้ทั้งราชวงศ์มู่หรงล่มสลาย จะโทษใครได้?
“ฮ่าๆๆๆ… ข้ามู่หรงป๋อ พลาดก้าวเดียวก็ผิดเสียทุกก้าว… ฮ่าๆๆๆ…”
เสียงหัวเราะลั่นที่เศร้าสร้อยราวกับผลาญกำลังเฮือกสุดท้ายของเขาจนสิ้น เพียงเห็นเขาแหงนหน้าทุบอกหัวเราะ กระอักเลือดออกจากปาก ฝีเท้าก้าวถอยหลังไปสองก้าว ร่างกายทรุดฮวบลงนั่งบนราชรถนั้น สองตานิ่งมองท้องฟ้าพลางสูดหายใจเฮือกสุดท้าย
ผู้ครองแคว้นของราชวงศ์หนึ่ง สิ้นลมอย่างน่าสลดเช่นนี้ภายใต้สถานการณ์ที่ทุกคนต่างตีตัวออกห่าง…
รอบด้านพลันเงียบลง แต่ละคนเห็นมู่หรงป๋อสูดลมหายใจเฮือกสุดท้าย สองตากลับไม่ปิดลงและจ้องมองท้องฟ้าแน่นิ่ง เวลานี้ในใจผู้คนสับสนอย่างบอกไม่ถูก ต่างก็เงียบกันไป
ยามนี้ ร่างสีแดงที่ยืนอยู่บนประตูใหญ่จวนตระกูลเฟิ่งบินโฉบลงมา ร่างปานห่านงามตีปีกหมุนตัวลงมาบนพื้นอย่างมั่นคง…
…