ที่คุกเข่ากันหมดอย่างโกรธเคือง เสียงที่แก่ชราและแหบแห้งสั่นเครือ ด่าทอเสียงเกรี้ยวว่า “พวกเจ้า พวกเจ้าบังอาจนัก! ทหาร! ทหาร! ฆ่าพวกมันให้หมด! ฆ่ามันซะ!”
เขาไม่พูดยังดีกว่า พอพูดเช่นนี้ ทหารที่เดิมทียังลังเลอยู่บ้างต่างพากันทิ้งอาวุธลงคุกเข่า หันหน้าไปทางจวนตระกูลเฟิ่ง “พวกข้าก็ขอยอมจำนน สวามิภักดิ์ต่อตระกูลเฟิ่ง!”
“อั่ก!”
ไฟแห่งความกระวนกระวายจู่โจมหัวใจ เขาจึงกระอักเลือดออกมา ร่างกายทรุดนั่งกลับไปด้านในราชรถ หน้าอกกระเพื่อมอย่างรุนแรง สองดวงตาจ้องเหล่าทหารที่คุกเข่ารอบๆ เขม็ง รวมทั้งร่างสีแดงที่ยืนอยู่เหนือประตูใหญ่จวนด้วย
“เฟิ่ง ชิง เกอ! ฆ่านางซะ! ฆ่านาง! แค่กๆๆ…”
เขาชี้เฟิ่งจิ่วด้วยความโมโห สั่งให้บรรพชนนักรบข้างกายเข้าไปสังหารเฟิ่งชิงเกอ บรรพชนนักรบเหล่านั้นก็จนปัญญา แม้รู้ดีว่าไม่ควรสู้ แต่ยามนี้จะไม่เข้าไปก็ไม่ได้ เพราะพวกเขาล้วนมีพันธสัญญาฟ้าดิน หากหักหลังมู่หรงป๋อ จุดจบของพวกเขามีเพียงความตายเท่านั้น
ทว่า เมื่อบรรพชนนักรบแปดคนนั้นพุ่งเข้าไปหาเฟิ่งจิ่ว ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังสี่คนพลันลงมือ ในเวลาแค่ไม่กี่ชั่วอึดใจก็บดขยี้สังหารบรรพชนนักรบทั้งแปดลงที่นี่
บนพื้นมีร่างบรรพชนนักรบที่โดนสังหารเพิ่มมา กลิ่นคาวเลือดกระจายออกไปในอากาศ ทำให้ทั่วพื้นที่เงียบเชียบไร้เสียง…
โดยเฉพาะตระกูลและกลุ่มอำนาจเหล่านั้นที่มองอยู่ไม่ไกล แต่ละคนอึ้งตาค้างไปบ้าง แค่คำพูดไม่กี่ประโยคก็ทำให้ทหารพวก