ถึงคนในมุมมืดจากตระกูลและกลุ่มอำนาจเห็นร่างที่ยืนอยู่บนประตูใหญ่จวนตระกูลเฟิ่ง ม่านตาก็หดตัวเล็กน้อย
เทียบกับทหารองครักษ์ที่นับไม่ถ้วน คนตระกูลเฟิ่งพวกนั้นไม่เท่าไหร่จริงๆ แต่หากพูดถึงกำลัง อย่าว่าแต่พวกคุณหนูใหญ่ตระกูลเฟิ่งเลย แค่ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังสี่คนนั้นเกรงว่าก็พอจะกวาดล้างทุกอย่างได้แล้ว
คนจวนตระกูลเฟิ่งปรากฏตัว เช่นนั้นมู่หรงป๋อเล่า? ได้ยินว่าตั้งแต่เขาป่วยรูปลักษณ์ก็เปลี่ยนไป ไม่รู้ว่าเป็นเช่นไรกันแน่?
ขณะที่พวกเขากำลังแอบคิด ราชรถที่แบกมาด้วยบรรพชนนักรบแปดคนก็ลอยผ่านเข้ามา ลงจอดห่างจากหน้าประตูจวนห้าสิบเมตรอย่างมั่นคง รอบๆ ราชรถนั้น นอกจากบรรพชนนักรบคนสนิทแปดคน ยังมีองครักษ์เงาสิบกว่าคนคอยอารักขา
โดยรอบราชรถมีผ้าบางปิดไว้ครึ่งหนึ่ง คนรอบๆ จึงเห็นไม่ชัดเจนว่ามู่หรงป๋อที่นั่งอยู่ด้านในมีสภาพเช่นไร แต่ยิ่งเป็นเช่นนี้ คนของตระกูลพวกนั้นยิ่งอยากรู้ว่ามู่หรงป๋อมีสภาพแบบไหน ถึงไม่กล้าออกมาพบใคร และต้องร้ายแรงเพียงใดถึงตัดสินใจอย่างไร้เหตุผลภายใต้สถานการณ์เช่นนี้?
“ยินดีต้อนรับท่านผู้ครองแคว้นสู่จวนตระกูลเฟิ่ง ฝ่าบาทนำแสงสว่างมาให้จวนเราจริงๆ หากไม่เปิดประตูจวนต้อนรับ คงไม่อาจแสดงถึงความตื่นเต้นในใจหม่อมฉันได้”
สิ้นเสียงนาง ประตูใหญ่จวนก็เปิดออก องครักษ์ตระกูลเฟิ่งในชุดเกราะสีเงินเหมือนกันเดินออกมาอย่างรวดเร็ว…
………………………………………………….