านกำลังทานอาหารในลานบ้าน นางปริปากเอ่ยว่า “นายท่าน ข้าอยากสั่งสอนฮุยหลางกับอิ่งอี แต่ข้าสู้พวกเขาไม่ได้เจ้าค่ะ”
เฟิ่งจิ่วคีบอาหารขึ้นมากินแล้วซดน้ำแกง หลังจากได้ยินคำพูดนางแววตาฉายประกายเล็กน้อย ในดวงตามีแววเจ้าเล่ห์ “เรื่องนี้ง่ายมาก ข้ามีวิธีจัดการพวกเขาอยู่” เธอวางชามในมือลง เช็ดๆ มุมปากแล้วหยิบยาขวดหนึ่งออกมาจากในห้วงมิติ
“นี่ แค่ขวดเดียวก็จัดการเรียบร้อย” เธอยิ้มปานจิ้งจอกน้อยเจ้าเล่ห์ บอกว่า “แบบนี้ระบายอารมณ์ได้ดียิ่งกว่าซัดพวกเขาสักชุดอีก”
ได้ยินเช่นนี้ เหลิ่งซวงรับยาขวดนั้นมาดูแล้วเก็บมันไว้ คารวะเสร็จก็เดินไปยังห้องครัว
พวกเขาพำนักในจวนตระกูลเฟิ่ง ในห้องครัวล้วนเป็นคนของจวน คิดจะทำอะไรหน่อยก็สะดวกสบายยิ่งนัก
เห็นเหลิ่งซวงไปห้องครัว เฟิ่งจิ่วเดินออกจากเรือนคิดจะไปดูที่ภูเขาด้านหลังเสียหน่อย ใครจะรู้ว่าเพิ่งเดินออกมาหนึ่งช่วงถนนก็เห็นร่างหนึ่งเดินมาจากด้านหน้า เห็นเขาแล้วเธออยากแอบหลบไปตามสัญชาตญาณ
และเธอก็ทำตามนั้น คิดจะอาศัยตอนที่เขายังไม่เห็นรีบๆ ไปซ่อนเสีย ไม่คิดว่าเพิ่งหันตัวก้าวออกไปหนึ่งก้าว เสียงนั้นก็ลอยผ่านมา
“อะไรกัน? เมื่อคืนทั้งกอดทั้งลูบข้า วันนี้ตื่นมาก็จะมึนตึงไม่รู้จักกันเสียแล้ว?”
เจ้าตำหนักยมราชแค่นเสียงเย็น เดินเข้ามาด้วยย่างก้าวมั่นคง เมื่อคืนเขาต้องแช่น้ำเย็นคืนหนึ่งเต็มๆ ผิวหนังทั่วร่างเหี่ยวย่นหมดถึงจะสยบไฟนั้นลงได้ หญิงคนนี้หลังจากยั่วให้ไฟเขาลุกโชน