ี เหลือเพียงความอึดอัดใจ
สายตาเขาเคลื่อนออกจากบนร่างเฟิ่งจิ่ว เหลือบมองไปทางฮุยหลางด้านหลังด้วยแววตาเย็นเยียบ
เมื่อฮุยหลางเห็นเฟิ่งจิ่วซึ่งเดินออกมา ปากก็อ้าออกเล็กน้อย สีหน้าตกตะลึง โดยเฉพาะเมื่อรู้สึกถึงสายตาหนาวเหน็บที่นายท่านกวาดมองมา ยิ่งรู้สึกว่ามีไอเย็นแล่นขึ้นมาด้านหลัง จึงหนาวสั่นทันใด ในใจยังกล่าวร้องทุกข์
ด้วยเหตุนี้เขาจึงทำสีหน้าลำบากใจ ถามพลางมองที่เฟิ่งจิ่ว “คุณหนูใหญ่ ทำไมท่านสวมเสื้อผ้าเช่นนี้?” จะเปลี่ยนก็เปลี่ยนแค่เสื้อผ้า แต่การแต่งหน้านี่ยังไง? หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้แต่แรก เมื่อครู่เขาคงไม่พูดแบบนั้น
“หือ? ข้าแต่งแบบนี้ไม่ดีหรือ” เฟิ่งจิ่วก้มหน้ามองชุดคลุมบุรุษสีขาวจันทร์ เส้นผมสีหมึกถูกรวบขึ้น สิ่งที่มีคือลักษณะเช่นคุณชายผู้สูงศักดิ์สง่างาม แต่เธอรู้สึกว่าน่ามองยิ่งนัก
“เสื้อผ้าน่ะงามยิ่ง แต่เมื่ออยู่กับคิ้วกระบี่ดำหนาที่แต่งเติมเพิ่มของเจ้า เหมือนจะไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่” ใบหน้าดีๆ นางยังแต่งออกมาได้อีกแบบ ไม่ต้องพูดถึงว่านายท่านเห็นแล้วอึดอัดใจ แม้แต่เขายังรู้สึกกลุ้ม นี่จะได้เดินเล่นกันดีๆ รึไม่?
“ท่านคิดว่ายังไงบ้าง?” เฟิ่งจิ่วมองเจ้าตำหนักยมราชที่ใบหน้าไร้อารมณ์ด้วยรอยยิ้มร่า พบว่าใบหน้าเขาคล้ายจะเกร็งๆ ขึ้นมา
เจ้าตำหนักเหลือบมองนาง ริมฝีปากบางเม้มเล็กน้อย บอกว่า “เจ้าคิดว่าดีก็พอ”
“อืม ข้าคิดว่าแบบนี้ก็ไม่เลว ไปเถอะ วันนี้ข้าจะเดินเล่นเป็นเพื่อนท่านวันหนึ