งนางกวนสีหลิ่นก็ตกใจ พูดด้วยท่าทีแปลกๆ ว่า “อย่าบอกนะว่าเจ้ารู้แล้วว่าคนที่ลักพาตัวท่านปู่ไปเป็นใคร?”
“ฮิๆ เปล่าเสียหน่อย แต่มั่นใจได้ว่าท่านปู่ต้องรู้จัก ท่านดูสิ” เธอหยิบม้วนภาพจากห้วงมิติออกมาเปิด พลางเอ่ยว่า “ห้องท่านปู่ปกติไม่ให้ใครเข้าไป วันนั้นข้าจึงพลิกหาในห้องเขาถึงได้สังเกตเห็นสิ่งนี้”
“ภาพสาวงาม?”
กวนสีหลิ่นประหลาดใจเล็กน้อย ภาพวาดนี้แปลกๆ นิดหน่อย เป็นภาพสาวงามที่ไม่ได้มีแค่สาวงาม แต่ยังมีหงส์ตัวหนึ่งมาด้วย ทว่าสิ่งที่แปลกคือหงส์ตัวนั้นที่กระพือปีกจะบินแต่ถูกสาวงามที่สวมชุดกระโปรงสีเขียวอ่อนสง่างามในภาพดึงปีกเอาไว้
แววตาสดใสของสาวงามแฝงด้วยความโกรธ มองหงส์ตัวนั้นที่ตีปีกจะบินอย่างขุ่นเคืองแปลกๆ ท่าทางช่างสมจริงนัก รูปแบบก็แปลกพิลึก แตกต่างกับภาพสาวงามทั่วไป
เห็นม้วนภาพที่แปลกตาแต่น่าขัน เขาก็แย้มยิ้มขึ้นมา “ไม่นึกเลยว่าท่านปู่จะชอบเก็บภาพสาวงามด้วย! สาวงามในภาพสวยมากจริงๆ เป็นรูปเหมือนท่านย่าสมัยก่อนหรือเปล่า? แต่ทำไมถึงดึงหงส์ตัวนั้นไว้? เป็นรูปแบบที่ประหลาดนัก”
“เดิมทีข้าก็คิดเช่นกัน แต่ข้าเอาไปถามท่านพ่อแล้ว เขาบอกว่าไม่ใช่ ผู้หญิงในภาพนี้เขาไม่เคยเห็นเหมือนกัน หนำซ้ำท่านไม่คิดว่าภาพวาดนี้มีความหมายอื่นแอบแฝงรึ? อีกอย่างม้วนภาพนี้มีตราประทับวิญญาณด้วย” เธอหัวเราะเบาๆ นึกถึงความหมายแฝงในภาพนี้ รอยยิ้มตรงริมฝีปากก็ลึกขึ้นบางส่วนโดยฉับพลัน
ได้ยินเช่นนี้กวนสีหลิ่นก็อึ้งไ