“ขอรับ” คนชุดดำกลางท้องพระโรงขานรับ แล้วจากไปอย่างรวดเร็ว
เห็นเช่นนี้มู่หรงป๋อก็ครุ่นคิดเล็กน้อย คิดว่าชายที่เรียกว่าเจ้าตำหนักยมราชคนนั้นเป็นใครกันแน่? ทำไมแม้แต่คนแคว้นเหินเวหายังเขา? ซ้ำยังมีกำลังเช่นนั้น ถึงสามารถสังหารตัวประหลาดเฒ่าระดับกำเนิดวิญญาณได้ เขามีที่มาที่ไปยังไงกันแน่?
เรื่องที่เกิดขึ้นกับจวนตระกูลเฟิ่งกระจายไปทั่วเมืองอวิ๋นเยวี่ยราวกับสายลม แม้มู่หรงอี้เซวียนไม่ได้ออกจากจวน ยามนี้ก็ได้ยินข่าวเช่นกัน
เขานั่งอยู่ในศาลาภายในจวนพลางมองไปยังทิศทางจวนตระกูลเฟิ่ง แววตาลึกล้ำนั้นมีประกายสับสน
สังหารคนระดับกำเนิดวิญญาณ? ชายคนนั้นเป็นคนที่นางมอบใจให้งั้นหรือ? หากไม่ใช่งั้นนางก็เป็นคนที่ชายคนนั้นมอบใจให้ นางไปรู้จักคนเช่นนั้นมาจากไหน? หรือว่าพบกันในช่วงเวลานั้นที่ออกไปข้างนอก?
นึกถึงคำพูดเหล่านั้นที่นางบอกเขาว่าเป็นไปไม่ได้ ที่ผ่านมาเขามีความคิดที่ใสซื่อยิ่งนัก ขอแค่กำลังเขาฝึกบำเพ็ญถึงระดับที่มั่นคง จะให้นางเปลี่ยนมุมมองได้แน่ๆ ทว่าตอนนี้…
“เกรงว่าจะเป็นไปไม่ได้ตลอดกาลแล้วสินะ!” เขายิ้มขมขื่นพลางกระซิบเบาๆ ท่าทีทั้งอ้างว้างและโดดเดี่ยว
เขาอาจไม่ได้รักนางสุดหัวใจอย่างที่ตนเองจินตนาการไว้ มิเช่นนั้นหลังจากท่านพ่อสั่งคนมาเฝ้าจวนอ๋องไว้ ทำไมเขาถึงพยายามที่จะออกไป?
อันที่จริงในใจเขาชัดเจนยิ่ง มีเรื่องมากมายไม่อาจครอบครองได้พร้อมๆ กัน ระหว่างนางกับตระกูลมู่หรง ทางที่เขาเลือกอย่าง