ู่ใต้อาณัติเธอ ในเมื่อเป็นเช่นนี้…’
“อืม เจ้าเข้ามาสิ” เธอกระดิกนิ้ว ส่งสัญญาณให้เขาเข้ามาใกล้ๆ
เห็นท่าทางฮุยหลางก็เดินระริกระรี้เข้าไป เงี่ยหูเล็กน้อยเพื่อฟังคำสั่งนาง หลังจากได้ยินคำพูดนางเขาก็ดวงตาเป็นประกาย พยักหน้าซ้ำๆ
“รับไป”
หลังจากสั่งการเฟิ่งจิ่วก็โยนขวดยาใบหนึ่งให้เขา
“อืม ภูตหมอวางใจได้ เรื่องนี้เป็นหน้าที่ข้าเอง” เขาฉีกยิ้มกว้าง พลางถูๆ สองมือด้วยความรู้สึกตื่นเต้นอยากรู้อยากลอง
“ตัวตนภูตหมอจะแพร่งพรายไม่ได้ เจ้าไม่ต้องเรียกข้าว่าภูตหมอแล้ว”
“ได้ งั้นข้าเรียกว่า…”
เดิมเขาอยากเรียกนายหญิง แต่คิดๆ แล้วพวกผู้หญิงผิวหน้ามักบอบบาง ซ้ำนายท่านยังไม่ได้หมายหมั้นอะไร เรียกนายหญิงคงไม่ดีนัก ดังนั้นจึงกลับคำพูดใหม่ บอกว่า “ข้าเรียกคุณหนูใหญ่แล้วกัน!” คำว่านายหญิงอะไรนั่นอีกหน่อยค่อยเปลี่ยนคำเรียกก็ได้
ระหว่างนี้เอง ภายในพระราชวัง มู่หรงป๋อยามนี้มีท่าทีตื่นตระหนก นั่งไม่ติดที่แล้ว
นึกไม่ถึงว่าคนแคว้นเหินเวหาจะกลับไปมือเปล่า! แทบจะหนีกันหัวซุกหัวซุน! ยังมีตัวประหลาดเฒ่าระดับกำเนิดวิญญาณนั่นอีก ไม่นึกเลยว่าจะโดนคนที่โผล่มาจากไหนไม่รู้บดขยี้กระดูกทั่วร่าง ขณะถูกทรมานคิดจะใช้ต้นกำเนิดวิญญาณหนีไปกลับถูกสัตว์ร้ายตนหนึ่งกลืนกิน!
ข่าวทั้งหมดนี้ทำให้เขาตกใจเสียจนเหงื่อไหลออกท่วม หลังจากกลับมาก็เดินวนอยู่กลางท้องพระโรง พลางคิดทบทวนกลับไปกลับมาเพื่อลองหาวิธีแก้ไข
แต่ไหนแต่ไรเขาไม่นึกว่ากำลังจ