ว่า “ท่านอาฉีล่ะ?” นั่นคืออาจารย์ของฉีคัง เธอเห็นทั้งแปดคนดูแลท่านพ่อด้วยความจงรักภักดี ซ้ำยังเป็นผู้อาวุโส จึงเรียกว่าท่านอา
“อยู่ในเรือนขอรับ เหลิ่งหวากำลังช่วยทายาให้เหล่าฉี”
ได้ยินเช่นนี้เธอจึงพยักหน้า แล้วเร่งฝีเท้าเข้าเรือนไป พอเข้ามากลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งก็โถมใส่หน้า เธอขมวดคิ้ว หลังจากเห็นว่าท่านพ่อที่กำลังยืนช่วยพันแผลอยู่ข้างๆ ไม่เป็นไร ในใจถึงจะโล่งอก จากนั้นมองอาจารย์ของฉีคังที่หน้าซีดเผือดเพราะเสียเลือดมากเกินไป
“เสี่ยวจิ่ว เจ้ามาแล้ว? รีบมาดูหน่อยเถอะ เหล่าฉีบาดเจ็บไม่น้อยเลย” เฟิ่งเซียวรีบกล่าวพลางให้นางเข้ามา
“ไม่เป็นไร ไม่ตายหรอกขอรับ คุณหนูใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วง” อาจารย์ของฉีคังเผยรอยยิ้มออกมา ทว่าใบหน้าที่ขาวซีดนั้นหลอกคนไม่ได้
เห็นเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วจึงเทยาอายุวัฒนะเม็ดหนึ่งให้เขากิน แล้วจัดการบาดแผลให้ หลังจากพันแผลถึงจะบอกว่า “ท่านอาฉี ท่านบาดเจ็บไม่น้อย เสียเลือดไปก็มาก สองสามวันนี้ต้องพักฟื้นดีๆ”
เสียงเธอชะงักเล็กน้อย จากนั้นสั่งว่า “เหลิ่งหวา เจ้าประคองท่านอาฉีกลับไปพักผ่อนด้วย ให้ฉีคังเข้าไปดูแล”
“ขอรับ” เหลิ่งหวาขานรับ แล้วพยุงอาจารย์ของฉีคังออกจากเรือนไป
“ท่านพ่อ ท่านพักฟื้นให้สบายใจเถอะ เรื่องข้างนอกคลี่คลายหมดแล้ว” เฟิ่งจิ่วพูดจบก็คิดจะออกไป
เห็นนางไม่เอ่ยถึงเรื่องที่ในเรือนเขาเพิ่งถูกโจมตีเมื่อครู่ ก็ถอนใจเบาๆ ถามว่า “เสี่ยวจิ่ว เจ้าคิดจะทำอย่างไร?” เขาไม่น