ๆ จะรู้สึกผิดทำไม?
ด้วยเหตุนี้ เธอยังคงหรี่ตามองเขากลับ คิดว่าแพ้ได้แต่อย่าไร้ความพยายาม อย่างไรก็ให้โดนดูถูกไม่ได้
เจ้าตำหนักยมราชมองเฟิ่งจิ่ว เห็นรอยยิ้มนั้นที่ประดับบนใบหน้างามเพริศพริ้ง มองดวงตาหยียิ้มของนางตรงๆ และเห็นความรู้สึกผิดที่แวบผ่านในดวงตา เขาแค่นเสียงเย็นในใจ ไม่สบอารมณ์นิดหน่อย
ผู้หญิงคนนี้ ยังคิดจะตัดความสัมพันธ์กับเขาอีก? เขามาหาตั้งไกลถึงที่นี่ นางจะตัดได้ลงคอหรือ?
นึกถึงว่าตลอดทางวิ่งแจ้นมา สิ่งที่ต้อนรับเขาไม่ใช่ท่าทางตื่นเต้นประหลาดใจ กลับกลายเป็นนางแสร้งทำว่าไม่รู้จักกัน และรีบเร่งตัดสัมพันธ์ เขาไม่ชอบใจอย่างมาก
ตอนนี้เขาชำเลืองมองนาง กล่าวอย่างเย็นชาว่า “ไม่รู้จัก? เจ้าเปิดกระเบื้องหลังคาถ้ำมองข้ากลางดึกทำไมไม่บอกว่าไม่รู้จัก? ตอนโอบคอข้าไว้ไม่ปล่อยทำไมไม่บอกว่าไม่รู้จัก? คืนนั้นที่เจ้ากับข้า…”
“เหอะๆๆ เจ้าตำหนักยมราช ที่แท้เป็นท่านผู้อาวุโสนี่เอง!”
เห็นเขาจะพูดเรื่องพวกนั้นไม่จบไม่สิ้น เฟิ่งจิ่วฟังแล้วรีบร้อนตัดบท ความคิดพลันหมุนเปลี่ยนไปสามร้อยหกสิบองศา ดวงตาหรี่ยิ้มเข้าไปรับหน้า ทักทายด้วยท่าทางคุ้นเคย แต่ในใจโกรธเสียจนกัดฟันกรอด
ชัดเจนว่าเรื่องไม่ใช่อย่างที่เขาบอก แต่พอพูดออกจากปากเขาความหมายก็เปลี่ยนไป คนที่ไม่รู้เรื่องจะคิดว่าเธอหื่นกามสักแค่ไหน!
อืม… แม้ว่าเธอจะหื่นกามนัก แต่เรื่องที่ทำให้เสียภาพลักษณ์นายท่านตระกูลเฟิ่งพูดน้อยๆ หน่อยจะดีกว่า
ยามนี้ฮุย