คือยา!
เห็นชายวัยกลางคนผู้นั้นจะทำร้ายนายท่านของพวกตน พวกฉีคังกำลังจะเข้าไป ทว่าได้ยินเสียงแค่นหัวเราะที่เจือแรงกดดันทรงพลังดังขึ้น
“ใครกล้าบังอาจ!”
ร่างทั้งสี่พลันพุ่งออกมา ส่งฝ่ามือลมพร้อมกลิ่นอายรุนแรงม้วนโจมตีตรงไปทางชายวัยกลางคนผู้นั้นทันที
ชายวัยกลางคนเพียงรู้สึกว่ามีกระแสลมแข็งแกร่งโจมตีมารับหน้า พลันถาโถมมาทางเขาราวเกลียวคลื่น และผลักเขาออกไปไกลหลายเมตรเสียดื้อๆ ในใจเขาตกตะลึง ขณะเงยหน้ามองก็รีบประคองฝีเท้าที่โดนสะเทือนจนล่าถอยไว้ให้มั่น
“พวกเจ้าเป็นใคร!”
ผู้ฝึกวิชาเซียนระดับหลอมแก่นพลังทั้งสี่ยืนอยู่เบื้องหน้าคุณหนูใหญ่เฟิ่ง สี่คนคุ้มกันนางไว้อย่างแน่นหนาไร้ช่องโหว่ กำลังจ้องเขาตาเขม็ง มองเสียจนเขากลัวอย่างอดไม่ได้
แค่จวนตระกูลเฟิ่งในแคว้นเล็กๆ ระดับเก้า ทำไมถึงมีผู้ฝึกตนวรยุทธ์ระดับหลอมแก่นพลังคอยคุ้มกันได้?
ยามนี้ ชายชราที่อารักขาเนี่ยเถิงเก็บเกราะป้องกันและลงมาข้างล่างพร้อมกับเนี่ยเถิง ครั้นทั้งสองเห็นทหารอารักขาที่ล้มอยู่บนพื้น รวมถึงเสียงโอดครวญต่างๆ สีหน้ายิ่งดำคร่ำเครียดขึ้นมา
“ฝ่าบาท แค่ผู้หญิงคนเดียว ทำไมต้องลำบากตั้งมากมายเพื่อนางด้วยพ่ะย่ะค่ะ?”
น้ำเสียงชายชราเคร่งเครียด ทั่วร่างมีกลิ่นอายเย็นเยียบกระจายอยู่ แววตาคมกริบจับจ้องเฟิ่งจิ่วราวกับงูพิษ พอเอ่ยปากก็พูดจาร้ายกาจ “หญิงคนนี้ฝีมือแปลกพิลึกนัก หากฝ่าบาทจะเก็บนางไว้ข้างกาย ทางที่ดีที่สุดต้องกำราบนางเสียก่อน!”