ยกล่อง? อืม ไม่สิ จะแต่งข้าเป็นชายารอง?” เฟิ่งจิ่วเดินนวยนาดเข้าไป เอ่ยด้วยรอยยิ้มสดใส “ข้านึกว่าจะนำของพวกนี้มาขอขมาเสียอีก! ถึงอย่างไรสองวันนี้พวกท่านก็นำปัญหามาให้จวนข้าไม่น้อย”
ได้ยินเช่นนี้ คนไม่น้อยที่อยู่ไม่ไกลต่างสูดหายใจ ไม่นึกว่าคุณหนูใหญ่เฟิ่งจะกล้าใช้น้ำเสียงเช่นนี้พูดกับผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลัง ต้องรู้ไว้ว่าหากไม่ระวังทำให้เขาโกรธ แค่หนึ่งฝ่ามือก็ซัดนางกระเด็นเมื่อไหร่ก็ได้
ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังคนนั้นขมวดคิ้ว สีหน้าไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง แค่ผู้หญิงคนเดียวยังกล้าวางท่าต่อหน้าเขา คิดว่าตนเองเป็นใครกัน เดาว่ารัชทายาทคงสนใจนางแค่ช่วงหนึ่ง หากไม่มีฝ่าบาทคอยคุ้มหัว ถึงแม้นางคิดจะใช้ชีวิตอยู่ในแคว้นเหินเวหายังยากเลย
“คุณหนูใหญ่เฟิ่ง ท่านรู้หรือไม่ว่าตัวเองกำลังพูดอะไร?” ผู้ฝึกตนคนนั้นมีสีหน้าถมึงทึง จ้องนางด้วยแววตาคมปลาบ “องค์รัชทายาทพวกเราถูกใจท่านถือเป็นวาสนา ไม่ต้องพูดถึงเรื่องมีสมบัติร้อยกล่องเป็นสินสอด หากไม่เห็นว่าท่านสำคัญ ถึงสั่งให้คนพาท่านเลยไปก็ไม่มีใครกล้าทำอะไร!”
“บังอาจ!”
เสียงตะโกนเกรี้ยวกราดซึ่งกังวานทรงพลังดังมาจากปากองครักษ์รอบๆ เป็นเสียงที่สม่ำเสมอเท่ากัน ทั้งโกรธเคืองและเยียบเย็น ภายในเสียงตะโกนมีกลิ่นอายพลังเร้นลับจากร่างองครักษ์ทุกคน กลิ่นอายพลังเร้นลับที่ดุดันปานคมมีดต่างตรงไปทางผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังคนนั้น เสียงตะโกนนี้ก่อตัวกลายเป็นกลิ่นอายพลังเร