้ไม่ถึงระดับยอดปรมาจารย์นักรบ เผชิญหน้ากับแรงกดดันระดับหลอมแก่นพลัง นึกไม่ถึงว่าจะยังยืนตัวตรงอยู่เช่นนี้ได้ ไม่บอกไม่ได้เลยว่าทำให้เขาต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่
หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น แม้เป็นผู้ฝึกเซียนระดับสร้างรากฐานก็ยังไม่กล้าจ้องเขาภายใต้แรงกดดันเช่นนี้ บอกได้เพียงว่าองครักษ์ตระกูลเฟิ่งเป็นบุรุษใจแกร่งที่เด็ดเดี่ยวจริงๆ แต่ละคนมีกายเหล็ก ไม่ยอมแพ้ใครโดยง่าย มิน่ากองกำลังองครักษ์ตระกูลเฟิ่งถึงทำให้หลายแคว้นโดยรอบสะพรึงกลัวได้
พวกฉีคังเฝ้าอยู่หน้าประตู จ้องมองผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังคนนั้น กลิ่นอายแข็งแกร่งถาโถมมา ทำให้พวกเขารู้ชัดถึงพลังอันแข็งแกร่งของผู้ฝึกวิชาเซียนจากแคว้นเรืองอำนาจ พลังนั้น พวกเขาไม่อาจต้านทานได้แน่
เมื่อรู้สึกว่าพวกเขาจะทนแรงกดดันทรงพลังนี้ไม่ไหว เลือดที่พลุ่งพล่านในอกจะกระอักออกจากปาก ประตูใหญ่ด้านหลังก็ค่อยๆ เปิดออก ในเวลานี้ ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังตรงหน้าถึงจะเก็บแรงกดดันที่แผ่ออกมากลับไปในที่สุด
“นายท่าน!”
ทั้งเจ็ดคนหันกลับไปมองเจ้านายในชุดสีแดงที่เดินออกมา แม้ยังไม่ยอมรับนาย แต่พวกเขาก็เรียกว่านายท่านไปตามสัญชาตญาณแล้ว
ทว่า…
เมื่อเห็นรอยยิ้มอิ่มเอมที่เบ่งบานบนใบหน้างามเลิศ รวมถึงประกายในดวงตาคู่งามซึ่งหรี่หลงครึ่งหนึ่ง ใจพวกเขาก็เย็นวาบ ถอยไปข้างๆ โดยไม่ส่งเสียง
อาจเพราะค่อยๆ คุ้นเคยกับนางแล้ว พวกเขาจึงเข้าใจว่ายิ่งนายท่านยิ้มหวาน ยิ่งแสดงท่าทีไร้พิษสง ก็