ลงไปบ้าง กลัวว่าคนข้างหน้าจะได้ยิน
เพราะการเคลื่อนขบวนพลของรัชทายาทไม่ใช่เล็กๆ จึงแทบทำให้ทั่วเมืองอวิ๋นเยวี่ยตื่นตกใจ คนจากตระกูลไม่น้อยพากันเข้าไปดู คิดเพียงว่าช่วงนี้จวนตระกูลเฟิ่งเกิดเรื่องมากมายจริงๆ ปัญหาหนึ่งผ่านไปเรื่องใหม่ก็มาอีก
พวกเขานึกว่าจวนตระกูลเฟิ่งจะล่มสลายในช่วงเวลานี้ แต่กลับยังอยู่ดีตรงนั้นไม่มีใครสั่นคลอนได้ ตามที่ได้ยินมา หลังจากเรื่องเมื่อคืนเหล่าองครักษ์ที่หลบซ่อนในเมืองก็เปิดเผยตัวคอยอารักขารอบๆ จวน หากเห็นเรื่องเช้านี้อีก พวกเขาอยากรู้จริงๆ ว่าจวนตระกูลเฟิ่งจะทำอะไรคนขององค์รัชทายาทแคว้นเหินเวหาหรือไม่?
เมื่อกองทัพรัชทายาทขนสินสอดมาถึงจวนตระกูลเฟิ่ง เพราะความเคลื่อนไหวใหญ่โต ยังไม่ทันเข้าใกล้คนในจวนตระกูลเฟิ่ง คนข้างในก็ได้ยินเสียงรื่นเริงตีฆ้องร้องป่าวแล้ว ด้วยเหตุนี้พ่อบ้านจึงลนลานมายังเรือนของเฟิ่งจิ่ว และพบกับเหลิ่งซวงซึ่งกำลังออกมาที่ลานพอดี
“เหลิ่งซวง คุณหนูใหญ่ตื่นหรือยัง?” เขาขวางนางไว้พลางถามอย่างร้อนรน
“ยังไม่ตื่นเจ้าค่ะ ด้านนอกเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเสียงดังเพียงนั้น?” เหลิ่งซวงพูดด้วยสีหน้าเย็นชา เสียงด้านนอกดังเกินไป แม้แต่ด้านในนี้ยังได้ยิน หากเป็นเช่นนี้ต่อไปจะรบกวนการพักผ่อนของคุณหนูใหญ่
“เฮ้อ! ก็รัชทายาทแคว้นเหินเวหาน่ะสิ เขาพาคนขนสินสอดทองหมั้นตีฆ้องร้องป่าวมาที่ตระกูลเฟิ่งเรา ตอนนี้เดาว่าคงใกล้ถึงประตูใหญ่แล้ว พอข้าได้ข่าวก็รีบเข้ามาดูว่าคุ