ระกูลเกิ่งได้ยินเสียงนั้นก็นิ่งอึ้งไปเล็กน้อย พากันหันหน้ามองไป เห็นร่างสีเทาสาวก้าวยาวเดินมาอย่างโมโหปึงปัง ด้านหลังยังมีคนไม่น้อยคอยติดตามมา พอเห็นคนคนนั้น คนตระกูลเกิ่งรีบร้อนเข้าไปรับหน้า
“ท่านพ่อ ท่านมาได้ยังไงขอรับ?” ผู้นำตระกูลเกิ่งรีบถาม ไม่นึกว่าท่านผู้เฒ่าจะมาด้วย
ทว่าผู้เฒ่าเกิ่งไม่สนใจเขา แต่สาวก้าวยาวเดินเข้าไป สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ เมื่อจับจ้องบนร่างชายชราทั้งสองก็ชะงักไปนิด จากนั้นค่อยก้าวมาเบื้องหน้าเฟิ่งจิ่ว
“แม่หนูตระกูลเฟิ่ง ไม่ต้องกลัว ปู่เจ้าไม่อยู่ ข้าจะปกป้องเจ้าเอง!”
ผู้เฒ่าเกิ่งมองเฟิ่งจิ่วที่นิ่งมองตนเอง แอบคิดอย่างปวดใจว่า ‘เด็กคนนี้ถูกคนเหล่านี้ทำให้เสียขวัญ ดูท่าทางจะไม่รู้ว่าควรตอบโต้อย่างไรแล้ว เด็กสาวที่ไม่มีคนใหญ่คนโตคอยปกป้อง ช่างน่าสงสารจริงๆ’
นึกถึงตรงนี้ หัวใจยิ่งเขาอ่อนยวบ ใบหน้าที่เดิมดุดันพยายามฉีกยิ้มออกมา ผ่อนเสียงบอกว่า “แม่หนูเฟิ่ง เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าอยู่ตรงนี้จะไม่มีใครกล้าทำร้ายเจ้า”
ช่วงเวลานี้ เหล่าคนตระกูลเฟิ่งต่างงุนงง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเฟิ่งจิ่ว เธอมองชายชราที่ฉีกยิ้มแข็งทื่อและพยายามปลอบใจอย่างฉงนฉงาย ฟังคำพูดเขาแล้ว เธออบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
เธอจำได้ว่าเขาคือผู้เฒ่าตระกูลเกิ่ง เป็นสหายเก่าที่คบหากับท่านปู่มาหลายปี ในความทรงจำตอนเด็กเขาเคยมาที่จวนเช่นกัน เสียแต่ไม่ได้พบกันนานปีแล้ว ทว่าท่าทางเขายังคงเป็นเช่นเดิม ไม่เปลี่ยนไปสักน