งดวงตาก็ยังเผยความชื่นชม
ถูกต้อง ไม่ต้องพูดถึงถิ่นอื่น เหล่ากลุ่มอำนาจตระกูลเล็กๆ ในเมืองอวิ๋นเยวี่ยก็มีคนไม่น้อยได้รับความกรุณาจากผู้เฒ่าเฟิ่งกับเฟิ่งเซียว หากพวกเขาต่อกรกับราชวงศ์ คงไม่มีกำลังถึงเพียงนั้นแน่นอน ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงไม่ออกหน้าและทำแค่แอบเฝ้ามอง
แต่หากมีตระกูลที่แข็งแกร่งนำหน้า พวกเขาจะก้าวออกมาช่วยอีกแรงอย่างไม่อาจปฏิเสธได้แน่! ตระกูลเกิ่งพวกเขาเป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่ของเมืองอวิ๋นเยวี่ย แม้กำลังจะยังห่างชั้นจากตระกูลเฟิ่ง แต่หากร่วมมือกับตระกูลเล็กและกลุ่มอำนาจเล็กส่วนหนึ่ง ก็รวมตัวเป็นกลุ่มอำนาจใหญ่ได้เช่นกัน
ผู้เฒ่าเกิ่งพยักหน้า บอกว่า “ได้ เรื่องนี้เจ้าไปจัดการเสีย ตาเฒ่าเฟิ่งกับข้าเป็นเพื่อนร่วมเป็นร่วมตายกันมา ยามนี้เขาหายตัวไปไม่รู้เบาะแส ซ้ำเฟิ่งเซียวยังหมดสติไม่ฟื้น เหลือเพียงแม่หนูตระกูลเฟิ่งคนเดียวคอยรับมือ ตระกูลเกิ่งเราไม่ใช่คนไร้น้ำใจไร้คุณธรรมพวกนั้น เวลานี้ไม่อาจนิ่งดูดายได้ มิเช่นนั้นต่อให้คนอื่นไม่พูด มโนธรรมของพวกเราก็คงละอายใจยิ่ง”
“ขอรับ ท่านพ่อวางใจเถอะ ข้ารู้ว่าต้องทำเช่นไร”
ผู้นำตระกูลเกิ่งขานรับเสียงเข้ม สั่งการให้คนเบื้องล่างส่วนหนึ่งไปติดต่อตระกูลอื่นๆ อีกส่วนเตรียมไปดูที่ตระกูลเฟิ่งเสียหน่อย ดึกดื่นมืดค่ำเช่นนี้มู่หรงป๋อคิดจะทำอะไรกันแน่?
องครักษ์ตระกูลเฟิ่งที่กระจายตัวอยู่แต่ละจุดในเมืองอวิ๋นเยวี่ยเห็นกองทหารรักษาพระองค์จำนวนมากเคลื่อนพลไป