ิ่นขมวดคิ้ว กังวลอยู่บ้าง เดิมนึกว่าคนที่มาคงเป็นลูกน้ององค์รัชทายาท กลับไม่นึกว่าจะเป็นเขาเสียเอง ครั้งนี้เรื่องใหญ่แล้ว ซ้อมรัชทายาทแคว้นเหินเวหาเสียจนจมูกช้ำหน้าบวม จะไม่เกิดเรื่องได้หรือ?
เฟิ่งจิ่วส่งเสียงหัวเราะเบาๆ เห็นหน้าเขาเคร่งเครียดจึงตบๆ ไหล่ บอกว่า “พี่ชายข้า กังวลไปก็เปล่าประโยชน์ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ซัดก่อนค่อยว่ากัน พวกเราไม่เสียเปรียบหรอก เอาละ ท่านกลับไปก่อนเถอะ ที่นี่ไม่มีเรื่องอะไรแล้ว” เธอโบกๆ มือ ให้สัญญาณเขากลับไปในจวน
“อืม มีอะไรก็เรียกข้า” เขาพยักหน้า จากนั้นจึงออกไป ในใจกำลังคิดว่าพรุ่งนี้จะไม่ไปตลาดมืดแล้วเข้ามาดูก่อนเสียหน่อย
ส่วนภายในพระราชวัง เพราะการจากไปของเนี่ยเถิงงานเลี้ยงจึงเลิกราเสียก่อน ผู้คนกลับไปกันเกือบหมดแล้ว แม้แต่ผู้ครองแคว้นยังเตรียมตัวกลับตำหนัก ทว่าในเวลานี้เอง ทหารอารักขาคนหนึ่งวิ่งมาอย่างร้อนรน
“ผู้ครองแคว้น คนตระกูลเฟิ่งส่งชายคนหนึ่งมา บอกว่าคนผู้นั้นบุกรุกจวนยามวิกาล ซ้ำยังแอบอ้างเป็นรัชทายาทแคว้นเหินเวหา ด้วยเหตุนี้จึงส่งคนมาให้ท่านลงโทษพ่ะย่ะค่ะ”
ผู้ครองแคว้นที่เดิมทีอารมณ์ไม่ดีนักได้ยินเช่นนี้ จึงตะโกนบอกโดยไม่พูดมากความ “ลากออกไปทิ้งเดี๋ยวนี้!” สิ้นเสียงก็สะบัดแขนเสื้อจะไปยังตำหนัก ทว่าเดินไปไม่กี่ก้าวก็หยุดฝีเท้าลงแล้วหันกลับมาทันใด
“เมื่อครู่เจ้าบอกว่าคนคนนั้นบุกรุกจวนตระกูลเฟิ่งยามวิกาล และแอบอ้างเป็นรัชทายาทแคว้นเหินเวหารึ”