รสมรู้ร่วมคิดแน่ ๆ!
หลี่เซียวขมวดคิ้วมุ่น เห็นได้ชัดว่าลังเลเช่นกัน แต่สุดท้ายก็ยืนกรานในการตัดสินใจของตนเอง
อย่างไรก็ตาม เขายังพูดไม่ทันจบ วินาทีถัดมาก็มีสายเรียกเข้าจากคุณชายสาม
“ปลดบล็อกห้องถ่ายทอดสด” เสียงของคุณชายสามเวินสงบราบเรียบ แต่กลับทำให้หลี่เซียวเหงื่อตก
ผู้อำนวยการถึงกับไปต่อไปถูก “…”
ใบหน้าของหลี่เซียวดูบวมขึ้นเล็กน้อย
เฝ่ยไป๋ลู่ยังไม่รู้ว่าห้องถ่ายทอดสดถูกระงับ ตอนนี้เธอกำลังสบกับสายตาที่รอคอยและกระสับกระส่าย ‘ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารและเสื้อผ้า’ คำนี้พูดได้ตรงใจเขามาก แต่ก็กลัวจุดเปลี่ยนตรงคำว่า ‘แต่’ ข้างหลังเช่นกัน
เฝ่ยไป๋ลู่พูดต่อจนจบ “แต่ว่าหลังจากนี้… จะถูกตัดสินให้ติดคุกตลอดชีวิต กินข้าวในคุก และใส่เครื่องแบบนักโทษ”
ชายร่างใหญ่โกรธมาก ชูหมัดขึ้นแล้วเหวี่ยงไปใส่เฝ่ยไป๋ลู่ “แกมันวอนหาที่ตาย!”
ตำรวจนอกเครื่องแบบสองสามคนโฉบเข้ามา แล้วฉวยโอกาสนี้กดชายร่างใหญ่ไว้แน่น กุญแจมือสีเงินส่งเสียงดัง ‘คลิก!’ ล็อกข้อมือชายร่างใหญ่ทันที
หลังจากถ่วงเวลาไว้ ในที่สุดตำรวจก็มาถึงแล้ว
เฝ่ยไป๋ลู่มองไปทางผู้มาเยือนพร้อมรอยยิ้ม “เจ้าหน้าที่โจว เจอกันอีกไวมากเลยนะคะ”
เจ้าหน้าที่โจวเอามือลูบจมูก “จริงด้วย ผมก็คิดไม่ถึงว่าจะเร็วขนาดนี้”
เมื่อคนที่มาช่วยเป็นคนรู้จักก็ช่วยประหยัดเวลาในการอธิบายไปได้มาก เฝ่ยไป๋ลู่ชี้นักเลงที่กำลังดิ้นรนขัดขืน “ผู้ชายคนนี้เป็นฆาตกร มีสองชีวิตเปื้อนมือเขา เขา