คิดว่าสองวันนี้คงมาหา ไม่ทราบว่าคุณหนูใหญ่มีวิธีรับมืออะไรหรือไม่?”
นอกจากหลัวอวี่กับอาจารย์ที่เก็บตัวฝึกบำเพ็ญ คนอื่นๆ อีกเจ็ดคนที่รู้ข่าวด้านนอกต่างก็มาหาเฟิ่งจิ่ว อยากรู้ว่านางมีวิธีแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร
ตามที่พวกเขารู้มา รัชทายาทแคว้นเหินเวหาผู้นี้พาผู้ฝึกเซียนที่พลังไม่ธรรมดามาอีกแปดคน ถึงเวลานั้นหากพวกเขาคิดจะบังคับชิงตัวไป นั่นก็…
เฟิ่งจิ่วกำลังบดผงยาอยู่บนโต๊ะในลาน เห็นพวกเขามาก็แค่ชายตามอง หลังได้ยินคำพูดพวกเขายังไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น กล่าวอย่างไม่แยแสว่า “มู่หรงป๋อคนนั้นไม่ใช่พ่อข้า ข้าจะแต่งกับใครไม่ต้องให้เขามาจัดแจง อีกอย่าง หากข้าไม่แต่งพวกเขาจะกล้าบังคับชิงตัวข้าหรือ?”
“แต่ว่า…”
หนึ่งในนั้นกำลังจะพูด ก็เห็นเหลิ่งซวงในชุดสีดำเดินเข้ามา
“นายท่าน”
“อืม เป็นยังไงบ้าง?” เฟิ่งจิ่วถามพลางเก็บผงยาบนโต๊ะที่บดเสร็จขึ้นมา
“เนี่ยเถิงรัชทายาทแคว้นเหินเวหา เป็นบุตรที่ผู้ครองแคว้นรักและให้ความสำคัญที่สุด อายุยี่สิบสี่ วรยุทธ์ระดับสร้างรากฐานช่วงท้าย เป็นผู้ฝึกตนอัจฉริยะที่เจ้าสำนักศึกษาหกดาราลงความเห็นว่าต้องบรรลุถึงระดับหลอมแก่นพลังภายในห้าสิบปี นิสัยดื้อรั้นมั่นใจในตัวเอง ฝีมือเก่งกาจดุดัน กล่าวกันว่าตอนอายุสิบสองก็อาศัยกำลังตนเองคนเดียวไล่ล่าสัตว์วิญญาณระดับเก้าตัวหนึ่งอยู่เดือนกว่า สุดท้ายจับมันสังหารถวายแก่เสด็จพ่อของเขาได้”
เสียงเหลิ่งซวงชะงักไป บอกว่า “ผู้ดูแลเหยียนมีความฝา