นเป็นพิเศษสำหรับนาง
“ข้ากำลังยุ่งอยู่ ไม่มีเวลาว่างไปงานเลี้ยง” เธอปัดๆ กระโปรงพลางลุกยืนขึ้น เห็นพวกเขาแต่ละคนมีสีหน้าเคร่งเครียดก็อดเอ่ยยิ้มๆ ไม่ได้ “พวกเจ้าไม่ต้องกังวล ไม่เกิดเรื่องใหญ่อะไรขึ้นหรอก”
กล่าวจบก็ตรงไปยังเรือนหลัก คิดว่าจะไปดูบิดาเสียหน่อย เขาจะได้ไม่ต้องกังวลใจหลังได้ยินข่าวนี้
ภายในวังหลวง มู่หรงอี้เซวียนมาถึงตำหนักของเสด็จพ่อด้วยสีหน้าไม่น่ามอง พอเข้าไปด้านในก็ถามว่า “เสด็จพ่อ ท่านคิดจะใช้ชิงเกอแต่งงานสานสัมพันธ์รึ? การหมั้นหมายนี้คนตระกูลเฟิ่งแสดงทีท่านานแล้วว่าจะไม่ยอมให้ชิงเกอแต่งเป็นชายารองของรัชทายาทแคว้นเหินเวหา หรือท่านไม่ได้บอกเขาตามความจริง?”
พอได้ยินน้ำเสียงที่ใกล้เคียงกับการซักถามของเขา มู่หรงป๋อก็โกรธจัดทันใด มือตบโต๊ะหนังสือ ตะโกนเสียงดัง “บังอาจ! เจ้าพูดเช่นนี้กับพ่อได้รึ? นับวันยิ่งไร้ระเบียบจริงๆ!”
ทว่า มู่หรงอี้เซวียนกลับไม่เกรงกลัวไฟโทสะของเขาเลย แววตาเคร่งขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าที่อ่อนโยนสง่างามในวันวานยามนี้มีแต่ความโกรธเกรี้ยว “เสด็จพ่อน่าจะรู้ว่าข้ามีใจให้นาง กลับยังตัดสินใจเช่นนี้ ข้าอยากถามจริงๆ เสด็จพ่อยังเห็นข้าเป็นลูกหรือไม่?”
ขณะมองบุตรชายที่ไม่ยำเกรงอำนาจตน มู่หรงป๋อถอนหายใจหนักๆ เม้มริมฝีปากพลางเอ่ยอย่างจริงจัง “การหมั้นหมายของเจ้ากับนางยกเลิกไปตั้งนานแล้ว พวกเจ้าไม่เกี่ยวข้องอะไรกันอีก ยิ่งไปกว่านั้น หากนางชอบเจ้าคงไม่ยกเลิกการหมั้น ตอน