วยคงดี ได้ยินข่าวนี้ต้องดีใจมากแน่ๆ”
“ท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วง อย่างน้อยตอนนี้ไม่มีข่าวก็นับเป็นข่าวดี” เธอปลอบใจเสียงอ่อนลง คิดไปคิดมาก็บอกว่า “จริงสิท่านพ่อ ข้าอยากไปดูในห้องท่านปู่เสียหน่อย ข้าว่าไม่แน่ท่านปู่อาจรู้ว่าคนที่จับตัวไปเป็นใคร หรือก่อนหน้านี้คงมีเบาะแสอะไรเหลือไว้”
เฟิ่งเซียวพยักหน้า กล่าวว่า “ได้ เจ้าอยากไปก็ไป ร่างกายพ่อยังไม่ฟื้นตัว ตอนนี้มีเรื่องอะไรก็ได้แต่ยกให้เจ้าไปจัดการ” ดีที่วิธีจัดการของนางเด็ดขาดว่องไว แม้ภายในจวนเป็นเช่นนี้ ก็ยังสามารถประคับประคองไว้ได้ทุกส่วน ทำให้เขาสบายใจไม่น้อย
“เรื่องภายในจวนมีลูกอยู่ ท่านพ่ออย่าได้กังวล พักฟื้นดีๆ ก็พอเจ้าค่ะ” เธอเอ่ยยิ้มๆ มองหาเหลิ่งหวาพลางถามว่า “ยาทาที่ข้าปรุงยังมีอยู่หรือไม่ หากไม่มีก็ไปหาข้าแล้วเอามาอีก”
“มีขอรับนายท่าน ยังใช้ไม่หมด”
“อืม งั้นข้าจะกลับเรือนก่อน” กล่าวจบแล้วถึงจะยืนขึ้นเดินออกไป
เวลาเดียวกันนี้ ภายในราชวัง
“ผู้ครองแคว้น ผู้ครองแคว้นแย่แล้ว แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” ชายชราคนหนึ่งเข้ามากลางท้องโรงด้วยท่าทางลนลาน เพราะความตื่นตระหนก จึงเกือบจะสะดุดธรณีประตูแล้ว
“ตื่นตกใจเรื่องอะไร?”
มู่หรงป๋อถามอย่างเฉื่อยชา น้ำเสียงมีความเคร่งขรึม เขากำลังยกชาขึ้นดื่ม สองข้างซ้ายขวามีสองนางกำนัลผู้งดงามคุกเข่านวดขา ด้านหลังยังมีอีกสองคนยืนพัดให้ พูดได้ว่าช่างเอ้อระเหยยิ่ง
ผู้เฒ่าตระกูลเฟิ่งหายตัวไป เฟิ่งเซียวหมดสติไม่ฟื้น