ุดสองคนนั้นถูกฆ่า?
มู่หรงอี้เซวียนตกใจเล็กน้อย ในเมืองอวิ๋นเยวี่ยจะมีใครที่สามารถสังหารสองคนนั้นอย่างเงียบเชียบได้?
หนำซ้ำ ทำไมคนที่ตายถึงเป็นสองคนนั้น?
ใจเขาสั่นไหวเล็กน้อย ไม่รู้ทำไมเมื่อได้ยินข่าวว่าสองคนนั้นถูกฆ่า สิ่งแรกที่เขานึกถึงคือจวนตระกูลเฟิ่ง บรรพชนนักรบทั้งแปดของจวนตระกูลเฟิ่งจะเป็นคนฆ่าสองคนนั้นรึไม่?
มองไปทั่วเมืองอวิ๋นเยวี่ย หากไม่ใช่บรรพชนนักรบแปดคนนั้นก็อาจเป็นผู้แข็งแกร่งจากแคว้นอื่น แต่ว่า ผู้แข็งแกร่งต่างแคว้นที่ไม่มีความแค้นต่อกันไม่น่าจะข้ามแคว้นมาเพื่อสังหารสองคนนั้น ดังนั้นข้อสันนิษฐานนี้จึงไม่เข้าเค้า
“จวนตระกูลเฟิ่ง…จะเป็นฝีมือพวกเขาจริงๆ หรือ?”
….
หลังจากจัดการสองคนนั้นไป เฟิ่งจิ่วมุ่งสมาธิอยู่กับการรักษาบาดแผลภายในให้บิดา และปรุงยาน้ำต่างๆ ให้เขาทาน พูดได้ว่าด้วยยาทิพย์และการรักษามากมาย อาการบาดเจ็บของเฟิ่งเซียวฟื้นตัวรวดเร็วยิ่งนัก
ทว่า วันคืนที่สงบเงียบผ่านไปไม่กี่วันก็ถูกทำลาย
เช้าตรู่วันนี้ เรือเหาะลำหนึ่งจอดลงตรงหน้าประตูใหญ่พระราชวัง นำมาซึ่งความสงสัยและเสียงพูดคุยของผู้คนนับไม่ถ้วน มู่หรงป๋อที่ได้ยินข่าวรีบออกมาต้อนรับ เมื่อเห็นบุรุษสูงศักดิ์เดินลงมาจากเรือเหาะนั้น เขาก็รีบร้อนเข้าไปรับหน้า ถามไถ่ด้วยท่าทีเคารพ
“พระองค์คงเป็นรัชทายาทแห่งแคว้นเหินเวหา?”
………………………………………………….