ห็นได้น้อยยิ่งนักในแคว้นแสงสุริยันเรา”
บนถนนมีเสียงพูดคุยแว่วมา เฟิ่งจิ่วหันมองเล็กน้อย เห็นด้านหลังฉิวฉิวมีเด็กๆ ตามมาเป็นโขยง จึงยิ้มขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ หลังบอกให้เหล่าไป๋ชะลอความเร็ว สองมือก็กางออกพลางตะโกนเรียกฉิวฉิวที่เดินก้าวขาเล็กสั้นอยู่ “ขึ้นมาสิ”
“โฮ่ง!”
เจ้าตัวเล็กส่งเสียงร้อง ขาสั้นๆ กระโจนขึ้น พุ่งไปยังอ้อมกอดเฟิ่งจิ่ว
เฟิ่งจิ่วยิ้มอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่ กอดเจ้าตัวเล็กในอ้อมกอดพร้อมลูบหัวมัน ระหว่างหันกลับก็เหลือบมองไปโดยไม่ตั้งใจ เห็นร่างชุดขาวยืนอยู่ตรงหน้าต่างบนภัตตาคาร กำลังจ้องมองเธอด้วยแววตาเป็นประกาย
เมื่อเห็นว่าเป็นมู่หรงอี้เซวียน เธอดึงสายตากลับมาช้าๆ สองขากระทุ้งท้องเหล่าไป๋พร้อมแผดเสียง ก่อนจะรีบรุดทะยานผ่านถนนใหญ่ที่คนค่อนข้างน้อยอย่างรวดเร็ว และหายลับไปจากสายตาเขา…
บริเวณชั้นสอง มู่หรงอี้เซวียนมองร่างนางหายลับไปจากสายตา นึกถึงรอยยิ้มเมื่อครู่แล้วในใจก็วางใจลงเล็กน้อย เดิมทีเป็นห่วงว่าตระกูลเฟิ่งเกิดเรื่องมากมายเพียงนี้นางอาจรับไม่ไหว แต่ดูท่าตอนนี้นางขี่ม้าออกไปอย่างสบายใจ ก็พอจะเห็นได้ว่าทุกอย่างยังดีอยู่
เขาหมุนกายนั่งลง หันหลังไปด้านนอก ด้วยเหตุนี้จึงไม่ทันเห็นสองร่างที่พุ่งตามหลังเฟิ่งจิ่วไปอย่างเงียบเชียบ…
…………………………………………………