ีกสักพัก ปรึกษาธุระเสียหน่อย รอจนฟ้าค่อยๆ มืดลงถึงจะออกจากห้องไปพร้อมๆ กับกวนสีหลิ่น ขณะกำลังกลับเรือนก็ถูกเรียกไว้
“คุณหนูใหญ่”
เฟิ่งจิ่วหยุดฝีเท้าลงมองไปหาแปดคนนั้น รวมถึงองครักษ์อีกเจ็ดคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง “มีธุระอะไร?”
เหล่าชายวัยกลางคนมองหน้ากัน หนึ่งในนั้นหันข้างไปเล็กน้อยเพื่อเหลือบมองพวกคนด้านหลัง เอ่ยทั้งรอยยิ้มว่า “คือพวกเขาจะยอมรับนาย…” ทว่ายังพูดไม่จบก็ถูกตัดบท
“เรื่องนี้ไม่รีบ” เธอโบกๆ มือแล้วสาวก้าวเดินออกจากเรือนไปพร้อมกับกวนสีหลิ่น เหลือไว้เพียงทุกคนด้านหลังที่มองหน้ากัน
องครักษ์ทั้งเจ็ดเห็นเช่นนี้ทั้งอึดอัดใจและอับอายอยู่บ้าง ต่างรีบเข้ามาเพื่อยอมรับนายนางกลับไม่ยอมรับพวกเขาไว้ หรือว่าไม่ถูกใจพวกเขา? และคิดว่าไม่คู่ควรจะเป็นข้ารับใช้นาง?
นึกถึงตรงนี้ ความกระอักกระอ่วนและอับอายบนใบหน้าพวกเขาก็หายไปไร้ร่องรอย เหลือเพียงความกังวลกระวนกระวาย
“ท่านอาจารย์ พวกท่านคิดว่าคุณหนูใหญ่จะไม่ถูกใจพวกเราหรือไม่ขอรับ?” ฉีคังเอ่ยถามอย่างตกอกตกใจ ในใจตนเองก็ไม่มั่นใจนัก
“หึ! เพิ่งรู้จักกังวลเอาตอนนี้รึ?” หนึ่งในนั้นส่งเสียงหึหนักๆ จ้องมองอย่างผิดหวังที่ไม่อาจสั่งสอนพวกเขาให้ดี “หากคุณหนูใหญ่ไม่ต้องการพวกเจ้า งั้นก็ต้องเปลี่ยนคนทันที แล้วให้นางเลือกจากพวกองครักษ์มาแทน”
“หา? ไม่ใช่กระมัง?”
พวกเขาได้ยินก็ทำหน้าจะร้องไห้ทันที กว่าจะเป็นหัวหน้ากองย่อยไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หากถูกแทนที่เพราะแบ