พวกเขา” หนึ่งในนั้นเผยรอยยิ้มออกมา ดูภูมิใจอย่างมากกับการกระทำหลัวอวี่ที่ยอมรับนายแต่เนิ่นๆ
“จริงด้วย นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าพวกเขาแปดคนกลับเป็นหลัวอวี่ที่ยอมรับนายคนแรก สายตาเจ้าหนูนี้ไม่เลวเลย” อีกคนหนึ่งพยักหน้าแล้วยิ้มขึ้นมา
อีกคนหนึ่งก็พูดยิ้มๆ เช่นกัน “พวกเราก็ไม่ได้พบคุณหนูใหญ่เสียเนิ่นนาน หากนายท่านไม่พูดถึงคงไม่รู้ว่าตอนนี้คุณหนูใหญ่มีความสามารถเช่นนี้ ช่างทำให้คนคาดไม่ถึงจริงๆ”
สำหรับเรื่องที่เฟิ่งจิ่วคือตัวตนภูตหมอนายท่านเฟิ่งเซียวเคยบอกกับพวกเขาแล้ว และเพราะเหตุเช่นนี้เองถึงได้รู้สึกขุ่นเคืองยิ่งนักกับเรื่องที่องครักษ์ทั้งเจ็ดยังไม่ยอมรับนาย บอกอยู่ในจวนมาทั้งวัน นึกไม่ถึงว่าแม้แต่ตัวตนภูตหมอของคุณหนูใหญ่พวกเขายังไม่รู้เรื่อง หนำซ้ำถึงตอนนี้มีเพียงหลัวอวี่ที่ยอมรับนาย ทำไมแต่ละคนถึงตาไม่แหลมเช่นนนี้บ้าง?
ส่วนหลัวอวี่ในห้อง ตอนนี้กำลังบอกเรื่องที่พวกเขาพบมาตลอดการเดินทางกับเฟิ่งเซียว
เฟิ่งเซียวฟังอันตรายที่พวกเขาพบเจอในการเดินทางครั้งนี้ หัวใจก็หวั่นๆ ขึ้นมาด้วยความกังวล จนกระทั่งตอนหลังหลังได้ยินว่าพวกเขารอดพ้นอันตราย แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังสี่คนนั้นยังยอมรับเสี่ยวจิ่วเป็นนาย หัวใจดวงนี้ถึงจะวางลงได้
“ดีๆ ไม่เป็นไรก็ดี กลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว”
เขาถอนหายใจเบาๆ เพียงรู้สึกครั้งนี้พวกเขาออกไปก็มีอันตรายมากมาย หากไม่เพราะโชคร้ายกลายเป็นดีเกรงว่าคิดมีชีวิตรอดกลับมาก็ยา