งครักษ์ถึงจะถอยไป ก่อนจะหมุนตัวก็มองไปทางหนุ่มน้อยที่กำลังวุ่นอยู่กับการรินน้ำให้ผู้นำตระกูล คนคนนี้ในสายตาพวกเขาเป็นหนุ่มน้อยที่ไม่สะดุดตาเท่าไหร่ แต่คำพูดเช่นนั้นรวมถึงความเด็ดขาดและดุดันในคำพูดกลับทำให้คนต้องมองเขาเสียใหม่
ชายชราสองคนนอกจวนยืนมือไพล่หลัง เห็นประตูบานใหญ่ไม่เปิดอยู่นานความโกรธจึงปรากฏขึ้นบนใบหน้า หนึ่งคนในนั้นส่งเสียงหึหนักๆ “นี่มันนานแค่ไหนแล้ว? ไปรายงานใครกัน? ทำไมนานเพียงนี้ยังไม่เปิดประตูอีก?”
“ภายในจวนนี้ไม่มีคนดูแลแล้วก็ไม่เหมือนเดิม แม้แต่ระเบียบเล็กน้อยยังไม่รู้ความ” ชายชราอีกคนพูดอย่างกระฟัดกระเฟียด
หลังจากการต่อสู้ครั้งนั้นพวกเขาก็ไม่ประทับใจจวนตระกูลเฟิ่งนี้แม้แต่น้อย กับคนที่ผู้ครองแคว้นต้องการสังหารแน่นอนว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องไว้หน้า ยิ่งไปกว่านั้นยามนี้ผู้เฒ่าจวนหายตัวไป เฟิ่งเซียวยังนอนปางตาย เหลือแค่แม่หนูน้อยบอบบางคนหนึ่งจะแบกรับอะไรได้?
หากไม่ใช่เพราะยังมีกององครักษ์นั้นอยู่ เดาว่าจวนตระกูลเฟิ่งนี้อาจถูกล้มล้างและยึดครองเมื่อไหร่ก็ได้ เช่นวันนี้ที่พวกเขามาถึงที่นี่ มีหรือผู้ครองแคว้นจะไม่รู้? เป็นไปได้อย่างไร? ที่จริงผู้ครองแคว้นแค่อยากเห็นเสียหน่อยว่าจวนตระกูลเฟิ่งจะรับมือเช่นไรได้ และจะทำอย่างไรให้กององครักษ์ประจำตระกูลเฟิ่งมาอยู่ในมือ
ตามที่พวกเขารู้ ช่วงนี้เขากำลังวางแผน เชื่อว่าอีกไม่นานกลุ่มอำนาจแต่ละฝ่ายในเมืองจะลงมือจัดการกับจวนตระกูลเฟิ