ทั้งสี่คนครุ่นคิดสักพักก่อนจะมองหน้ากัน จากนั้นจึงบอกเฟิ่งจิ่วว่า “พวกเรายินยอมที่จะอยู่ต่อและเคารพนายท่านเป็นนายขอรับ” แม้ตอนนี้กำลังนางจะยังไม่มากพอให้พวกเขาสวามิภักดิ์ แต่มองในระยะยาวจากการต่อสู้คืนนั้นพวกเขาก็รู้ว่านางหาใช่ผู้ที่ไร้ความทะเยอทะยานไม่!
ได้ยินเช่นนี้เฟิ่งจิ่วก็ยกริมฝีปากขึ้นยิ้ม ในดวงตามีประกายแสงปรากฏ กลางหว่างคิ้วมีความมั่นใจและภูมิใจ บอกว่า “แล้วพวกท่านจะรู้ว่าการตัดสินใจในวันนี้นั้นถูกต้องที่สุด!”
เธอลุกขึ้นยืนจากพื้น สายตามองตรงที่พวกเขาพลางกล่าวว่า “แต่พวกท่านต้องจำไว้ ผู้ใต้บังคับบัญชาข้าไม่อนุญาตให้มีคนคิดคดเด็ดขาด หากวันหนึ่งพวกท่านหักหลังข้า ไม่ว่าจะสุดล่าฟ้าเขียวแม้ห่างไกลก็ต้องถูกสังหารสิ้น!”
ทั้งสี่คนหัวใจสั่นสะท้าน ต่างเสียขวัญเพราะความเย็นเยียบและท่าทีในน้ำเสียงนั้น ยามนี้พวกเขาไม่ฉงนสงสัยในคำพูดนางเลยสักนิด หากวันหนึ่งพวกเขาหักหลังนางจริงๆ จะต้องทำอย่างที่พูดวันนี้แน่ๆ
นึกถึงตรงนี้ทั้งสี่ก็สงบจิตสงบใจ เอ่ยถามด้วยใบหน้าท่าทางจริงจัง “ขอบังอาจถามว่านายท่านชื่อแซ่อะไรหรือขอรับ?”
เธอชำเลืองมองพวกเขา ตอบว่า “เฟิ่งจิ่ว”
ทั้งสี่คนพยักหน้า เวลานี้จึงใช้สองนิ้วชี้ขึ้นฟ้าพร้อมกล่าวเสียงเข้ม “ข้าขอสาบานไว้ ณ ที่นี้ ว่าจากนี้ไปจะจงรักภักดีต่อเฟิ่งจิ่ว เคารพเป็นนายท่านและติดตามไปชั่วชีวิตโดยไม่คิดคดทรยศหักหลังเด็ดขาด! หากผิดคำสาบานขอให้ฟ้าดินลงลงทัณฑ์!”
แทบทันท