พำคาถาทันใด เวลาต่อมาถึงจะสะบัดมือแล้วดวงไฟวิญญาณสีเขียวพวกนั้นก็แยกเป็นสองส่วนและพุ่งเข้าไปในดวงตาพวกคนบนพื้น
เพียงเห็นดวงตาที่เซื่องซึมไร้ชีวิตชีวาของคนพวกนั้นมีเปลวไฟสีเขียวปรากฎ ก่อนจะลุกขึ้นจากพื้นราวกับถูกวิญญาณสิ่งสู่และจู่โจมมาหาเธอพร้อมๆ กันโดยไม่นัดหมาย
“นายท่านระวังขอรับ!”
ทันใดนั้นมีเสียงหนึ่งลอยมา เฟิ่งจิ่วตกใจหันกลับไปมองเห็นหลัวอวี่ที่เดิมควรหนีไปวิ่งกลับมาอีกครั้ง พลันทำสีหน้าเคร่งขรึม “ข้าให้เจ้าหนีไปไม่ใช่หรือ? กลับมาทำไมอีก? หรือว่าเจ้าไม่กลัวตาย?”
เธอเปลืองเรี่ยวแรงไปมากมายเพียงนั้นเพื่อช่วยเขาออกไป ใครจะรู้ว่าเขาจะละทิ้งโอกาสรอดชีวิตเพื่อวิ่งกลับมา ช่างน่าโมโหเสียจริง!
หลัวอวี่ฉีกยกริมฝีปากขึ้นยิ้ม แล้วยกของในมือขึ้นพร้อมตะโกนบอกว่า “นายท่าน ข้ากลับมาช่วยขอรับ”
เฟิ่งจิ่วเห็นบนมือเขาถือสิ่งที่คล้ายกับกระบอกไม้ไผ่ไว้ ไม่รู้ว่าเอามาจากไหน แต่เห็นเขาวิ่งเข้ามาจึงรีบตะโกนบอกว่า “อย่าเหยียบลายเลือดในค่ายกลนะ!”
“ขอรับ!”
เขาขานรับเสียงดังพลางปรี่ไปหา เห็นนางหันตัวกลับไปรับมือคนพวกนั้นที่ล้อมเข้ามาจึงใช้กระบอกจุดไฟมาจุดไฟยังกระบอกไม้ไผ่อันหนึ่งในนั้นแล้วตะโกนว่า “นายท่านหลบไปเร็วขอรับ!”
สิ้นสุดเสียงเขาโยนกระบอกไม้ไผ่ในมือไปด้านหน้าเฟิ่งจิ่ว ขณะเดียวกันก็โยนอีกอันหนึ่งไปตรงที่มีคนกำลังต่อสู้กันอยู่
เฟิ่งจิ่วเพียงได้ยินเสียงดอกไม้ไฟดังขึ้น กลิ่นกำมะถันพลันแผ่ออกไปในอากาศ