เขายังเห็นได้น้อยยิ่งนัก!
ตอนนี้ไม่ต้องสนใจคิดอะไรมาก เพราะได้ยินเสียงตู้มดังสนั่นขึ้นกลางอากาศ ขณะที่มังกรยักษ์ทั้งสองตัวแผ่กระแสลมกวาดออกไปกลางเวหาสองคนด้านล่างก็กำลังต่อสู้กัน เห็นได้ชัดว่าสาวน้อยที่สวมชุดคลุมสีเงินค่อยๆ เสียเปรียบเพราะกำลังที่สู้ศัตรูไม่ได้
เห็นเช่นนี้พวกเขาจึงเรียกพลังกระโจนขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะล้อมหัวหน้าคนนั้นไว้สี่ด้าน ขณะเดียวกันก็ตะโกนบอกเฟิ่งจิ่วที่กลิ่นอายปั่นป่วนและลำบากเล็กน้อยว่า “นายท่านถอยออกไปก่อนขอรับ! พวกเราจะจัดการเขาเอง!”
ได้ยินเช่นนี้ หลังหลบการโจมตีของชายชราคนนั้นเฟิ่งจิ่วถอยห่างอย่างว่องไว ด้วยกำลังยอดปรมาจารย์พลังวิญญาณทนอยู่ในเงื้อมมือผู้แข็งแกร่งระดับหลอมแก่นพลังขั้นสูงสุดได้นานถึงเพียงนี้ก็ถึงขีดจำกัดแล้ว หากสู้ต่อไปกำลังกายไม่เพียงตามไม่ทันแม้แต่กลิ่นอายพลังวิญญาณก็จะหมดเกลี้ยงไปด้วย
เธอที่ถอยออกอย่างว่องไวหอบหายใจ หยิบยาขวดหนึ่งจากห้วงมิติมาดื่ม สายตามองผ่านชายชราที่กำลังถูกผู้ฝึกตนทั้งสี่ล้อมโจมตีแล้วหันไปจับจ้องยังบริเวณดวงตาค่ายกลตรงกลาง
“หงส์ไฟน้อย พลังประกายสีเลือดบนร่างหัวหน้าคนนั้นคงมาจากค่ายกลนี้สินะ? หากทำลายค่ายกลวิญญาณโลหิตนี้แม้เขายังสู้ต่อกลิ่นอายบนร่างก็จะหมดลงใช่หรือไม่?”
เธอใช้ดวงจิตเอ่ยถาม และตัดสินใจว่าจะทำลายค่ายกลวิญญาณโลหิตประหลาดนี่ก่อนค่อยว่ากัน
หงส์ไฟน้อยที่นั่งขัดสมาธิอยู่ในห้วงมิติพยักหน้า น้ำเสียงเด็กน้อ