้มหัวยกย่องนางเป็นนายในใจก็ไม่ยอมรับและไม่เต็มใจอยู่บ้างอย่างไม่อาจเลี่ยง
ถึงอย่างไรผู้ฝึกเซียนที่สามารถฝึกบำเพ็ญได้ถึงระดับเท่านี้ก็สามารถตั้งตัวเป็นใหญ่ในแคว้นเล็กๆ เช่นนี้ได้ แม่หนูน้อยคนนี้แม้ฝีมือเก่งกาจแต่กลับเป็นผู้ฝึกตนฝึกหัดที่ไม่ใช่แม้แต่ระดับสร้างรากฐาน
แต่หากไม่ยินยอม แม้ระดับพวกเขาจะสูงกำลังยังแข็งแกร่งในเวลานี้ก็ไม่มีทางถอนตัวและต้องจบชีวิตลงที่นี่
หลังผ่านการไตร่ตรองพวกเขามองหน้ากันแวบหนึ่ง ถามว่า “พวกเจ้าคิดเช่นไร?”
“ไม่มีแม้แต่ชีวิต ยังจะสนใจวิญญาณดวงนี้อีกหรือ?”
“อืม แม้นางอายุยังน้อยแต่ตัวมีพลังอำนาจแห่งราชัน อนาคตต้องไม่ธรรมดาแน่ ติดตามนางคงไม่น่าอับอายเกินไปนัก”
“ข้าก็คิดเช่นกัน”
“ดี ในเมื่อไม่มีความเห็นพวกเราก็สละดวงวิญญาณให้นางเถอะ” พอสละดวงวิญญาณไปชีวิตพวกเขาจะถูกควบคุมอยู่ในกำมือนาง หากมีเจตนาร้ายแค่บดขยี้ดวงวิญญาณพวกเขาก็จะตายโดยไม่ต้องสู้แม้แต่น้อย
ด้วยเหตุนี้การสละดวงวิญญาณจึงเป็นการแสดงความจริงใจที่เพียงพอที่สุด นี่เป็นเพราะคำพูดนางก่อนหน้านี้ รู้เรื่องนางเสียตั้งมากมายหากไม่ใช่คนของตนจะปล่อยให้มีชีวิตรอดได้อย่างไร?
พอตัดสินใจได้พวกเขาก็อาศัยจังหวะที่ชายชราร่างผอมแห้งกำลังสร้างค่ายกลสละดวงวิญญาณไปหาเฟิ่งจิ่วอย่างรวดเร็วทันที “วันนี้พวกเราขอสละวิญญาณเพื่อแสดงการยอมรับนายท่านด้วยความจริงใจ นายท่านครั้งนี้ได้แล้วกระมัง?”
เฟิ่งจิ่วยื่นมือไปเก็บดวงวิญญาณทั้ง