งเข้าสู่ห้วงความคิดทำให้หลัวอวี่พลันตื่นตัวขึ้นมา เมื่อเห็นสิ่งของบางอย่างที่ทั้งแปลกประหลาดและน่าสยดสยองรอบข้างก็อดไม่ได้ที่จะอุทานขึ้น “อ๊ะ! บ้าอะไรเนี่ย!”
“ผีกินคน! ยังไม่รีบหนีอีก!”
เฟิ่งจิ่วเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะดึงคอเสื้อลากเขาพุ่งไปนอกเขตอาคมทันทีอย่างรวดเร็ว
เวลานี้ชายชราผอมแห้งผู้ชั่วร้ายได้สติกลับมาจากตื่นตระหนก ดวงตาเห็นทั้งสองคนจะหนีออกจากเขตอาคม พอเขาสะบัดฝ่ามือเพียงเห็นเลือดสดผุดขึ้นจากพื้นดินราวกับน้ำพุเลือดที่ซัดสาดขึ้นมาหลั่งไหลออกจากเขตอาคมแล้วย้อนกลับมาอีกครั้ง
และทันใดนั้นเองเมื่อเฟิ่งจิ่วกระชากคอเสื้อหลัวอวี่โผไปข้างหน้าโดยไม่อาจถอยกลับ ยังไม่ทันปะทะกับน้ำพุเลือดนั้นก็ถูกดีดกลับมา
“ผัวะ!”
“ซี๊ด!”
เสียงกระแทกดังขึ้น หลังจากทั้งสองโดนดีดกลับมาก็ล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปนั่งบนพื้น ยังไม่ทันลุกยืนขึ้นก็เห็นว่าใต้ผืนดินที่นั่งอยู่มีมือโครงกระดูกคู่หนึ่งจับขาไว้และใช้กำลังลากพวกเขาลงไป
“ออกไปให้พ้น!”
หลัวอวี่ตะโกนลั่นยื่นขาออกไปเตะมือโครงกระดูกคู่นั้นให้แตก ใครจะรู้ว่ามันกลับแข็งแกร่งดั่งเหล็กเตะยังไงก็ไม่แตกหักเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามแรงที่ดึงเขาลงไปในดินกลับยิ่งมากขึ้นสองขาจึงจมลึกลงเพราะเหตุนี้ ในขณะที่กำลังเสียขวัญไปบ้าง เมื่อมองไปทางนายท่านกลับต้องตกใจในความห้าวหาญของนาง
แค่เห็นนางจ้องมองมือโครงกระดูกคู่นั้นที่คว้าดึงสองขาลงไปด้วยสีหน้าไม่น่ามองนักคล้ายจะถูกทำให้โก