เกิดความรู้สึกอันตรายที่รุนแรง
เหมือนมีเสียงหนึ่งกำลังบอกเธอ เข้าไปอีกไม่ได้ เข้าใกล้อีกไม่ได้ มิเช่นนั้นจะต้องตายอยู่ที่นี่แน่!
ส่วนผู้ฝึกเซียนพวกนั้นที่กำลังกู่ร้องด้วยความขุ่นเคืองก็คือสี่คนที่เธอเหลือบเห็นตอนเข้าป่า ทว่าตอนนี้พวกเขาแต่ละคนต่างแยกกันทรุดนั่งอยู่บนพื้น กลิ่นอายบนร่างคล้ายกำลังจางหาย และตรงจุดที่ออกจากคนพวกนั้นมาหน่อยยังมีอีกหลายคนนั่งอยู่บนพื้นเช่นกัน
พวกเขาราวกับเสียสติกันไป นั่งขัดสมาธิทั้งสายตาเซื่องซึมมองไปด้านหน้าอย่างนิ่งงันไร้ชีวิตชีวาปานหุ่นไม้ และเหนือศีรษะทุกคนล้วนมีเปลวไฟสีเขียวดวงหนึ่งวนล้อมรอบ
หลัวอวี่เองก็เป็นหนึ่งในนั้น
“มาสิ… มาสิ…”
ทันใดนั้น ผู้หญิงผมยาวสวมชุดกระโปรงสีแดงดุจโลหิตก็มายังเบื้องหน้าเธออย่างเงียบเชียบไร้เสียงราวกับภูตผี ใบหน้าขาวซีดที่ขยายใหญ่ขึ้นตรงหน้ากะทันหันไม่มีสีเลือดเลยสักนิด แต่ริมฝีปากคู่นั้นกลับแดงสดงดงามแปลกๆ ดวงตาที่จ้องมาพร้อมไอภูตผีเย็นเยียบยิ่งทำให้ทั่วร่างหนาวเหน็บจนถึงกระดูก
เฟิ่งจิ่วแทบจะตอบโต้ในทันทีแต่กลับกดเอาไว้เสียดื้อๆ ฝืนทนความหวาดกลัวและตกใจที่ประดังขึ้นในก้นบึ้งหัวใจ แล้วเดินเข้าไปยังเขตอาคมที่มีเลือดพุ่งพล่านนั้นภายใต้การกวักมือเรียกของหญิงชุดแดงด้วยสายตาเหม่อลอย…
…………………………