ไม่เป็นยังสุขกายสบายใจกว่า”
“เจ้าค่ะ งั้นพรุ่งนี้หลานต้องไปเป็นเพื่อนไหม?”
ผู้เฒ่าโบกๆ มือ “ไม่ต้องๆ หลานอยู่ในบ้านเป็นพอ เรื่องนั้นปู่ไปเองก็ได้”
เห็นเช่นนี้เฟิ่งจิ่วก็พยักหน้า บอกกับกวนสีหลิ่นว่า “พี่ชาย วันนี้ท่านก็ยุ่งมาทั้งวันแล้ว กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ!”
“ก็ดี งั้นข้าจะกลับไปก่อน หากมีเรื่องอะไรค่อยมาหาข้านะ” เขาพูดยิ้มๆ ก้มหัวให้ทั้งสองคนถึงจะหมุนตัวจากไป
“ท่านปู่ หลานจะไปดูเหล่าไป๋หน่อยนะเจ้าคะ”
“ไปเถอะ!” ผู้เฒ่าให้สัญญาณ แล้วยิ้มมองนางหันตัวออกไป
สำหรับเรื่องที่เหล่าไป๋ช่วยเฟิ่งเซียวไว้ ภายในจวนมีเพียงพวกเขาสองสามคนที่รู้เรื่อง เพราะเป็นเช่นนี้พวกเขาจึงรู้สึกแปลกใจกับการที่เหล่าไป๋สามารถต่อต้านผู้แข็งแกร่งระดับบรรพชนนักรบขั้นสูงสุดได้ แต่ตลอดมาก็ยังมองไม่ออกว่ามันเป็นสัตว์วิญญาณระดับใด
ถึงอย่างไรเดิมมันเป็นสัตว์วิญญาณกลายพันธุ์ ปกตินอกจากความขี้เกียจกับบ้ากามก็มีเพียงเรื่องกิน หากไม่ผ่านเรื่องครั้งนั้นมาก็ยังธรรมดาไม่เท่าไหร่เลยจริงๆ
โดยเฉพาะที่เลี้ยงแบบปล่อยโดยไม่ได้ขังไว้ มันกับสัตว์เลี้ยงตัวน้อยที่ชื่อฉิวฉิวจึงวิ่งเล่นอยู่ในจวนกันทั้งวันอย่างอิสระ แต่สถานที่ที่มักจะอยู่บ่อยๆ ก็คือตรงภูเขาจำลองเพราะตรงนั้นปกติจะมีสาวใช้เดินผ่านมากที่สุด เหล่าไป๋จึงเฝ้าอยู่ตรงนั้นทุกๆ วัน
เป็นดังคาดเพิ่งเดินเข้าใกล้ข้างภูเขาจำลองก็ได้ยินเสียงหัวเราะของสาวใช้แว่วมา ค่อยๆ เดินไปใกล้เห็นเหล่