มาทางเธอ เห็นเช่นนี้เธอจึงสั่งกับเหลิ่งซวงด้านหลังแล้วเดินเข้าห้องไป
“นายท่าน” เหลิ่งหวาที่คอยเฝ้าอยู่ด้านในเห็นนางเข้ามาก็คารวะพร้อมขานเรียก
“อืม”
เธอตอบรับ เดินไปในห้องยังข้างเตียงพร้อมเผยรอยยิ้มออกมา “ท่านพ่อ วันนี้รู้สึกอย่างไรบ้างเจ้าคะ?”
“จิตใจยังสู้ดี ตรงอกหายใจยังมีเจ็บอยู่บ้าง” เฟิ่งเซียวบนเตียงร่างกายดูแล้วซูบผอมลงไม่น้อยเพราะการบาดเจ็บครั้งนี้
“ลูกขอดูหน่อยนะเจ้าคะ”
เธอนั่งลงข้างเตียงแก้เสื้อท่อนบนเขาเพื่อตรวจดูบาดแผลตรงหน้าอกแล้วจับชีพจร นานนักถึงจะดึงมือกลับ “บาดแผลตรงอกหนักที่สุด แม้กินยาแต่ยังต้องการเวลาฟื้นฟู รอท่านปู่กลับมาลูกค่อยออกไปป่าเก้าหมอบเพื่อตามหาสมุนไพรสองสามอย่างมาปรุงเป็นยาทาสำหรับท่าน ความเร็วในการรักษาตัวก็จะเร็วขึ้นหน่อย”
“ป่าเก้าหมอบ?”
เฟิ่งเซียวตกใจ ส่ายหน้า “ไม่ได้ สถานที่นั้นอันตรายเกินไป เด็กผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างเจ้าจะไปได้อย่างไร หากขาดสมุนไพรเราซื้อเอาก็ได้ ไม่จำเป็นต้องไปเสี่ยงอันตรายเช่นนั้นเลย”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ลูกเคยไปจึงคุ้นเคยกับที่นั่น หนำซ้ำสมุนไพรอื่นๆ ซื้อได้ แต่มีชนิดหนึ่งที่หาซื้อข้างนอกไม่ได้” สำหรับคนอื่นอาจบอกว่าป่าเก้าหมอบเต็มไปด้วยอันตราย แต่สำหรับเธอสถานที่แห่งนั้นกลับเป็นแหล่งขุมทรัพย์
เธอเก็บหงส์ไฟน้อยมาจากที่นั่น รู้จักพี่ชายผู้ใสซื่อในที่แห่งนั้น และยังมีท่านอาคนนั้นอีก…
นึกถึงคนที่คิดว่าเป็นท่านอามาตลอดคาดไม่ถึงว่าจะเป