าศในคฤหาสน์ตระกูลกวนหนักอึ้งและกดดันอย่างยิ่ง ทำให้คนหายใจลำบากอยู่บ้าง
“ไม่นึกเลยว่าคนหยาบช้านั่นจะก้าวหน้ารวดเร็วเพียงนี้ นี่เพิ่งผ่านไปนานแค่ไหนเอง ถึงขั้นสร้างบ้านสร้างคฤหาสน์ได้!” ชายวัยกลางคนเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ ชัดเจนว่าริษยาความสำเร็จในเวลาอันสั้นของกวนสีหลิ่นมาก ขณะเดียวกันลึกๆ ในใจก็มีความอิจฉาอยู่ด้วย
“จวนตระกูลเฟิ่งต้องช่วยเขาแน่ ไม่เช่นนั้นเขาตัวคนเดียวจะทำสำเร็จในเวลาสั้นๆ เพียงนี้ได้อย่างไร” อีกคนหนึ่งพูดขึ้น ขมวดคิ้วด้วยสีหน้าไม่พอใจยิ่ง
“หึ! เขาถอนตัวจากตระกูลกวนเรา รับเฟิ่งเซียวเป็นพ่อบุญธรรม แล้วจวนตระกูลเฟิ่งจะไม่ช่วยเขาได้รึ?”
ผู้นำตระกูลตรงที่นั่งตำแหน่งอาวุโสมีสีหน้าเคร่งเครียด ฟังคำพูดพวกเขา เนิ่นนานนักถึงจะกล่าวเสียงขรึม “จวนตระกูลเฟิ่งช่วยเขาหรือไม่เราไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ เขาเองก็มีความสามารถอยู่บ้าง ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้ครองอันดับหนึ่งในลำดับรายชื่อตลาดมืด”
นึกถึงว่าตระกูลกวนต้องขายหน้ามากถึงเพียงนั้นเพราะเขา คนคนนี้กลับถอนตัวออกจากตระกูล ขณะที่พวกเขากำลังคิดว่ากวนสีหลิ่นจะไปไม่กลับมาเช่นสุนัขไร้บ้าน กวนสีหลิ่นกลับรับเฟิ่งเซียวเป็นพ่อบุญธรรม ตอนนี้ยังสร้างตระกูลกวนเล็กๆ ขึ้นมาเองอีก
ไม่ว่าตระกูลจะเล็กหรือใหญ่ เขาทำถึงขนาดนี้ได้ด้วยอายุเท่านี้ก็ไม่ธรรมดาแล้ว
“ท่านผู้เฒ่ามาแล้วขอรับ!”
เสียงตะโกนดังลั่นของพ่อบ้านด้านนอกทำให้ทุกคนในห้องโถงสงวนท่าที รีบร้อนลุกขึ้น