งโถงมองหน้ากัน แต่ละคนต่างไม่พูดอะไร
เวลาสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เสียงประทัดทำลายความเงียบสงบยามเช้า ต้อนรับความปีติยินดีและวันใหม่ สำหรับกวนสีหลิ่นแล้ว นี่เป็นวันที่ตื่นเต้นและยากจะลืมเลือนอย่างไม่ต้องสงสัย
เขาตื่นขึ้นมาจัดการธุระวุ่นวายไปทั่วตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง คนในจวนก็มีไม่มาก โชคดีที่ยังมีคนที่เฟิ่งจิ่วส่งมาช่วย ส่วนของจำพวกอาหารก็สั่งจองภัตตาคารใหญ่ๆ ในเมืองให้เข้ามาส่ง เช่นนี้จึงช่วยแบ่งเบาไปได้หลายเรื่อง
“พี่สีหลิ่น ท่านไม่ต้องยุ่งแล้ว เรื่องข้างล่างสั่งการไปเรียบร้อย ตอนนี้แค่รอไปรับแขกด้านนอกก็พอ”
เฟิ่งจิ่วยิ้มพลางเดินมาพูดอยู่ข้างกายเขา วันนี้เธอยังคงสวมชุดกระโปรงสีขาว รวบผมสีหมึกขึ้นไว้หลวมๆ เหลือปรกไว้ข้างหน้าเพียงสองปอย ยิ่งแต่งเติมให้ใบหน้างดงามมีเสน่ห์มากขึ้นบางส่วน
“จวนจะใกล้เวลาแล้ว เสี่ยวจิ่ว เจ้าช่วยข้ารับแขกอยู่ในจวนก็พอ ข้าจะไปรอรับแขกตรงประตู” กวนสีหลิ่นเอ่ยยิ้มๆ กำชับเสร็จก็เดินก้าวยาวไปยังประตูใหญ่
คนแรกสุดที่มาแสดงความยินดีถึงจวนตระกูลกวนคือผู้ดูแลเหยียนจากตลาดมืด อีกสองคนที่ติดตามมาด้วยเตรียมของขวัญล้ำค่ามา ยังไม่ทันเดินไปใกล้ก็ประสานมือแสดงความยินดี
“ฮ่าๆๆ สีหลิ่น ยินดีด้วยๆ!”
“ขอบคุณผู้ดูแลเหยียนมากที่สละเวลามา เชิญด้านในขอรับ” เขาประสานมือยิ้มน้อยๆ เช่นกัน แล้วเชิญแขกเข้าไปด้านใน
“ข้าแซ่หลี่ยินดีกับนายน้อยกวนด้วยที่มีงานมงคลขึ้นบ้านใหม่!” ผู้นำตระกูลค