เฟิ่งจิ่วหยุดฝีเท้าลงเงยหน้ามอง
กวนสีหลิ่นด้านข้างเห็นสายตานางจับจ้องบนแผ่นป้ายที่คลุมด้วยผ้าแดงไว้ จึงพูดยิ้มๆ ว่า “อักษรด้านบนข้าเชิญท่านปู่มาลงนาม รอถึงเวลาเข้าบ้านค่อยเปิดออก ไป พวกเราเข้าไปดูด้านในเถอะ”
“อืม” เธอยิ้มขานรับ แล้วเดินเข้าคฤหาสน์ไปพร้อมกับเขา
“นายท่าน คุณหนูใหญ่”
ภายในจวนมีเพียงข้ารับใช้ปัดกวาดอยู่สองสามคนกับพ่อบ้านอีกคนหนึ่ง เมื่อเห็นทั้งสองเข้ามาก็รีบร้อนทิ้งธุระในมือเข้ามาคารวะ
“ไปทำงานของพวกเจ้าเถอะ” กวนสีหลิ่นโบกมือให้สัญญาณ พาเฟิ่งจิ่วเดินไปด้านในพลางแนะนำสถานที่ในคฤหาสน์และที่มาของแนวคิดในการก่อสร้าง
“เจ้าดู ที่นี่คือเรือนหลักตะวันออก เป็นที่ที่ข้าจะพักอยู่จากนี้ไป และเป็นเรือนหลังใหญ่ที่สุด อีกหน่อยตอนเช้าข้าก็มาฝึกวิชาหมัดตรงนี้ได้ ซ้ำยังให้คนนำหุ่นไม้ฝึกหมัดมาตั้งไว้แล้วด้วย จริงสิ ข้าจะพาไปดูเรือนของเจ้า”
“ทำไมถึงมีเรือนไว้ให้ข้าด้วย?” เฟิ่งจิ่วตกใจ มองไปที่เขา
“แน่นอนอยู่แล้ว เจ้าเป็นน้องสาวข้า จะไม่มีเรือนไว้ให้ได้อย่างไร เจ้าต้องรู้ไว้ว่าจวนตระกูลเฟิ่งเป็นบ้านเจ้า ที่นี่ก็เป็นบ้านเจ้าด้วย ภายในคฤหาสน์หลังนี้จะมีที่สำหรับเจ้าเสมอ” เขาฉีกยิ้มกล่าว “ข้ารู้ว่าเจ้าชอบความสงบเงียบ ดังนั้นข้าจึงเหลือเรือนทางใต้ไว้ให้”
ได้ยินเขาเอ่ย เฟิ่งจิ่วอบอุ่นหัวใจเล็กน้อย คิ้วตาโค้งเผยรอยยิ้มปลาบปลื้มให้เห็น “ขอบคุณพี่ชาย”
“คนบ้านเดียวกันต้องขอบคุณอะไร” เขาหัวเราะลั่น