่างจากอิ่งอีคือ ฮุยหลางดูตื่นเต้นดีใจมาก หลังจากได้ยินคำพูดนายท่าน ดวงตาคู่นั้นก็เปล่งประกาย “ถูกต้องๆ นายท่าน หญิงสาวล้วนต้องการการเอาใจ แต่จะกวนใจนักไม่ได้ และก็ต้องเข้าหาอย่างมีวิธีด้วย ผู้หญิงบางคนสงวนท่าทีไม่ยอมให้ง่ายๆ บางคนก็กำลังทดสอบว่าฝ่ายชายให้ความสำคัญนางมากแค่ไหน”
“อีกอย่างด้วยรูปการณ์เช่นนี้ของนายท่าน ก็ไม่มีแรงดึงดูดเมื่อพบกับภูตหมอนี่เอง หากเปลี่ยนเป็นหญิงอื่นไหนเลยจะต้องไปคอยเอาใจ? แค่สื่อสายตากับคำพูดประโยคเดียว ก็มีหญิงพุ่งเข้ามาหาเป็นฝูงแล้วขอรับ”
เจ้าตำหนักยมราชชำเลืองมองเขา แอบคิดว่า แม้แต่ฮุยหลางยังมองออกว่าเขาไม่มีแรงดึงดูดต่อสาวน้อยคนนั้น?
คิดไปคิดมาเขาก็โบกๆ มือ บอกว่า “พวกเจ้าถอยไปเถอะ!”
ฮุยหลางที่กำลังพูดได้เข้าทีได้ยินแล้วนิ่งไปนิด คิดเอ่ยปากถามอีกสักหน่อยว่าจะไปหาภูตหมอเมื่อไหร่ ก็ถูกอิ่งอีที่ยืนขึ้นมาลากออกไป
“ข้าน้อยขอลา”
อิ่งอีพูดพลางลากฮุยหลางออกไปทันที
เจ้าตำหนักเหลือบมองสองคนที่ถอยออกไป ดวงตาฉายประกายเล็กน้อย มองภาพเหมือนในมือ ดวงตาฉลาดเฉลียวของคนในภาพฉายประกายเจ้าเล่ห์ ตรงมุมปากมีรอยยิ้มชั่วร้ายที่ชวนให้ทั้งรักทั้งเกลียด ทำให้เขามองเสียจนหัวใจราวกับมีขนนกกำลังก่อกวน มีสายธารฤดูใบไม้ผลิกระเพื่อมไหว…
ปลายนิ้วเขาลูบใบหน้าเล็กของคนในรูปเบาๆ เสียงทุ้มต่ำที่เจือยิ้มหัวอยู่บางส่วนกระซิบแผ่วเบาว่า “เด็กน้อย เจ้าหนีไม่พ้นหรอก…”
…………………………