เพ้ย! นี่เรียกว่าพูดคุยเสวนาเสียที่ไหน เห็นชัดๆ ว่าเจ้านินทาลับหลังนายท่าน พูดเรื่องซุบซิบนินทาของนายท่าน เรื่องนี้นอกจากข้าใครจะกล้าฟัง” เรื่องนี้มีเพียงมือซ้ายมือขวาสองคนที่อยู่ข้างกายนายท่านมาเสมออย่างพวกเขากล้าแอบพูดกัน หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น ใครเล่าจะอาจหาญเช่นนั้น?
อิ่งอีพูดจบ เห็นสหายถือภาพเหมือนภูตหมอใบนั้นไว้เนิ่นนานไม่ยอมวาง จึงบอกว่า “เจ้าระวังภาพนั้นหน่อย อย่าทำเสียหายล่ะ นายท่านกำชับว่าต้องส่งกลับคืนไปให้เขา เจ้าไม่รู้หรอกว่าตอนนั้นที่นายท่านวาดเสร็จ ก็ถือภาพเหมือนนี้ยืนด่าภูตหมอว่าใจดำคล้ายพูดกับตัวเองอยู่ข้างหน้าต่าง ข้าเห็นแล้วรู้สึกเหมือนนายท่านถูกครอบงำ เดาว่าหากไม่มีเรื่องทางนี้รั้งไว้คงไปหาภูตหมอนานแล้ว”
“รู้แล้วๆ หากไม่ใช่เพื่อให้คนด้านล่างตามหาเบาะแสภูตหมอได้สะดวก นายท่านคงไม่ให้ส่งภาพนี้ถึงมือพวกเขาหรอก” ฮุยหลางกล่าวแล้ววางภาพเหมือนในมือลงบนโต๊ะ ก่อนจะหยิบข้อมูลพวกนั้นที่ตรวจสอบกลับมาได้มาตรวจดู ไม่ทันไรกลับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ลุกยืนขึ้นส่งเสียงอย่างยากจะเชื่อ
“อะ อะไรนะ ภูตหมอเป็นสตรี?”
“พรวด! แค่กๆ!”
อิ่งอีที่กำลังดื่มชาได้ยินคำพูดฮุยหลางก็พลันสำลักน้ำชาสาดลงบนโต๊ะ เปียกภาพเหมือนนั้นทันที…
……………………………