นวายให้นายท่าน”
เสียงเย็นเยียบเสริมด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกนั้น ทำให้นางดูเป็นสาวงามที่เหมือนภูเขาน้ำแข็ง ส่วนชุดสีดำรัดรูปก็ยิ่งเพิ่มความเฉยชา ลดความอ่อนโยนของสาวน้อยลงไปบางส่วน มีเพียงความหนาวเหน็บเท่านั้น
“เขาเป็นถึงระดับบรรพชนนักรบ นายท่านจะรับมือไหวรึ?” หลัวอวี่ตกใจเล็กน้อย เมื่อถามเช่นนี้ออกไปในใจก็เหลือเชื่ออยู่บ้าง
เหลิ่งซวงอยู่ข้างกายนายท่านมาค่อนข้างนาน หากนายท่านสู้ไม่ไหวนางน่าจะปรี่เข้าไปคนแรกแล้ว แต่ตอนนี้กลับมาห้ามปรามพวกเขา คิดได้เพียงว่า…
กำลังนายท่านมากพอจะต่อกรกับชายวัยกลางคนระดับบรรพชนนักรบคนนั้น?
เฮือก! จะเป็นไปได้หรือ
นึกถึงตรงนี้เขาก็สูดหายใจเข้า มองไปทางร่างสีขาวนั้นด้วยสายตาตกตะลึง
คนอื่นๆ ได้ยินคำพูดนี้ ก็มองไปทางร่างสีขาวนั้นด้วยแววตาที่มีความเหลือเชื่อหลายส่วน
พวกเขาเคยเห็นเสน่ห์แพรวพราวยามนางสวมชุดแดง นั่นคือความหยิ่งผยองที่ช่างเอาแต่ใจ สิ่งที่กระจายอยู่ทั่วร่างคือประกายแสงแห่งความมั่นใจและสูงส่ง วันนี้นางสวมชุดขาวอยู่บนลาน ตอนแรกที่เห็นให้ความรู้สึกอ่อนโยนไร้พิษภัย ราวกับแกะน้อยเชื่องๆ ไม่ก้าวร้าวเลยสักนิด
แต่นี่เป็นเพียงภาพลวงตาที่ให้คนเห็นในคราแรก มิเช่นนั้นชายหนุ่มคนก่อนหน้าคงไม่กรีดร้องครวญครางเช่นนั้น
พอนึกถึงไม้นั้นที่นางตวัดโจมตีลงไป พวกเขาก็สั่นเทิ้มทั้งร่าง กลืนน้ำลายหนีบสองขาแน่นโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
เป็นห่วงนาง? พวกเขาอาจจะกังวลใจไปเสียเปล่าแล้