คังเด็กที่สุดในแปดคนนี้ แต่ก็ไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผล หลังจากตระหนักถึงความผิดพลาดก็จะขอโทษและแก้ไขทันที พวกเขาเห็นเช่นนี้จึงถอนหายใจเบาๆ ถึงจะวางใจลงได้
อันที่จริง พวกเขาต่างไม่รู้ว่าเฟิ่งจิ่วไม่เพียงสั่งให้พวกเขาเฝ้าอยู่ตรงนี้ไม่ให้ใครเข้าไป แต่ยังสั่งให้องครักษ์ลับปฏิบัติตามคำสั่งอารักขา หากมีใครเข้าไปเองโดยไม่ได้รับอนุญาตให้สังหารทันที!
และการเคลื่อนไหวภายในเรือนนี้ ก็ต้องมีองครักษ์ลับคอยรายงานเธอเป็นอย่างๆ ต่อให้เธอไม่อยู่ก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่อย่างชัดเจน
สองวันต่อมา เฟิ่งจิ่วตั้งใจรีบร้อนกลับมาจากด้านนอก ทว่าครั้งนี้กลับให้ผู้คนในเมืองเห็นตัวและรู้ว่าเธอกลับมาแล้ว
ครั้นข่าวการกลับมาของเฟิ่งจิ่วกระจายไปในเมือง มู่หรงอี้เซวียนก็ไปจวนตระกูลเฟิ่ง แต่นึกไม่ถึงว่าเมื่อมาถึงหน้าประตูใหญ่จวนจะเห็นด้านนอกมีคนสิบกว่าคนคอยอยู่ จึงเอ่ยเสียงเบาสั่งผู้ติดตามด้านหลังให้ไปถาม สักพักถึงรู้ว่าที่แท้ก็เป็นเครือญาติสาขาของจวนตระกูลเฟิ่ง
เห็นดังนั้นเขากลับไม่ตรงเข้าไป แต่หาโรงน้ำชาที่ห่างจากจวนตระกูลเฟิ่งไม่ไกล นั่งลงดื่มชาอยู่บนชั้นสอง ขณะเดียวกันก็สังเกตการณ์ประตูใหญ่จวนไปด้วย
“ท่านผู้เฒ่า คุณหนูใหญ่ ด้านนอกมีเครือญาติจวนตระกูลเฟิ่งเรามาเยือน บอกว่าอยากมาเยี่ยมผู้นำตระกูลเสียหน่อยขอรับ” พ่อบ้านนำสถานการณ์ด้านนอกมารายงาน และรอคำสั่งจากทั้งสอง
“เครือญาติ? เครือญาติทางไหนกัน?” ผู้เฒ่าถามพลางขมวดคิ