หน่งอาวุโส
“ทำไมเป็นเจ้า? ท่านปู่เจ้าล่ะ?” ชายชราเอ่ยปากถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำ มีความไม่พอใจที่ถูกปฏิบัติด้วยไม่ดีอยู่บางส่วน
“หลายวันนี้ในจวนมีเรื่องมากมาย ท่านปู่งานยุ่งทั้งในและนอก ร่างกายรับไม่ไหวเท่าไหร่นัก ตอนนี้จึงกำลังพักผ่อนเจ้าค่ะ” น้ำเสียงเธออ่อนโยน ทำนองเนิบนาบ ประหนึ่งคุณหนูใหญ่ผู้สูงศักดิ์ที่ถูกเลี้ยงไว้แต่ในห้องจึงไม่รู้ความอะไร
เธอในตอนนี้ช่างให้ความรู้สึกอ่อนโยนและไม่มีพิษมีภัย
ทว่าหลังจากได้ยินคำพูดนาง ชายชราชำเลืองมองแวบหนึ่งแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พวกเราได้ยินเรื่องพ่อเจ้าแล้ว เพราะได้ยินข่าวถึงตั้งใจรีบมา ต้องรู้ไว้ว่าถึงอย่างไรพวกเราก็เป็นญาติสายเลือดตระกูลเดียวกัน ยามนี้จวนตระกูลเฟิ่งเกิดเรื่อง พวกเราย่อมเฝ้านิ่งดูดายไม่ได้”
ได้ยินคำพูดนี้ เฟิ่งจิ่วยกน้ำชาที่ข้ารับใช้ส่งให้มาจิบเบาๆ อึกหนึ่ง ปกปิดรอยยิ้มเย้ยหยันที่คลี่ตรงริมฝีปากไว้ หลุบตาลงครึ่งหนึ่งพลางดื่มชาอย่างไม่รีบไม่ร้อน
ชายชราเห็นนางไม่ปริปาก จึงพูดต่อไปว่า “ต้องรู้ไว้ว่าแคว้นไม่อาจขาดกษัตริย์ ตระกูลไม่อาจขาดผู้นำ ยามนี้พ่อเจ้าล้มป่วย ปู่เจ้าก็อายุมาก ซ้ำตัวเจ้ายังเป็นลูกสาวคนเดียว ดังนั้นครั้งนี้ข้าเลยมาเพราะอยากปรึกษากับปู่เจ้าเสียหน่อย ว่าจะเสนอให้พี่น้องของพ่อเจ้ามาดูแลตระกูลเฟิ่งเราไปก่อน เพื่อให้ทั้งจวนมั่นคง ด้วยกำลังระดับบรรพชนนักรบ มีเพียงเขาที่รับงานสำคัญเช่นนี้ได้”
………………………………………………….