หลิ่งหวาคอยเฝ้า ส่วนพวกเขาสามคนออกห้องไป
“ท่านปู่ พี่ชาย ไปคุยกันในเรือนข้าหน่อยเถอะ!” เธอพูดมองทั้งสองคน
“ได้สิ” ทั้งสองขานรับพยักหน้า
เฟิ่งจิ่วมองลัวอวี่ในเรือน บอกว่า “พวกเจ้าเฝ้าอยู่ในเรือนด้วย! หากไม่มีคำอนุญาตจากข้าอย่าให้ใครอื่นเข้าไปในห้องแม้แต่ก้าวเดียว”
พวกเขามองหน้ากันก่อนจะขานรับเสียงเข้ม “ขอรับ!”
หลังสั่งการให้องครักษ์เฝ้าเรือนไว้พวกเขาก็ไปยังด้านในเรือนนางพร้อมๆ กัน
ทางอีกด้านหนึ่ง ภายในพระราชวัง
มู่หรงป๋อที่กลับถึงตำหนักวังมองชายชราทั้งสองที่ยืนอยู่กลางตำหนัก ถามอย่างลังเลเล็กน้อย “พวกเจ้าเห็นเช่นไรบ้าง? เฟิ่งเซียวหมดสติกลายเป็นคนตายที่ยังมีชีวิตอยู่จริงๆ รึ?” ไม่ใช่ว่าเขาสงสัยอะไรมาก แต่สำหรับเขาเรื่องนี้ยังเหลือเชื่ออยู่บ้าง
เดิมทีนึกว่าเฟิ่งเซียวต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ใครจะรู้ว่าตลาดมืดกลับส่งยาช่วยชีพไปรักษาชีวิตเขาไว้ อีกอย่างพวกเขาคิดว่าหลังรักษาชีวิตไว้เขาจะฟื้น กลับไม่นึกว่าจะอยู่ในอาการหมดสติกลายเป็นคนตายที่ยังรอดชีวิต
แม้สำหรับพวกเขานี่ถือเป็นเรื่องดี แต่ไม่รู้ทำไมในใจยังมีความหงุดหงิดและกระวนกระวายที่อธิบายไม่ได้
สองชายชรากลางตำหนักมองหน้ากัน ครุ่นคิดอยู่เล็กน้อยถึงจะปริปากเอ่ย “ท่านผู้ครองแคว้น เฟิ่งเซียวจัดการพวกกระหม่อมหนึ่งคนหนึ่งฝ่ามือ ตอนนั้นใช้กำลังกันเกือบเต็มที่ หากเป็นคนธรรมดาคงตายไปนานแล้ว มีเพียงเฟิ่งเซียวคนนี้ที่ทนมาถึงตอนนี้ได้ แต่พวกกระ