กสักพัก หลังมู่หรงป๋อจากไปผู้นำตระกูลสองท่านก็กล่าวลาไปตามกัน
พอส่งคนไปหมดแล้ว ผู้เฒ่าก็ก
บมานั่งลงในเรือนเฟิ่งเซียวด้วยสีหน้าคร่ำเครียดโดยไม่พูดไม่จา เหล่าหัวหน้ากององครักษ์ที่เฝ้าอยู่มุมมืดมองหน้ากันแวบหนึ่ง ต่างแปลกใจอยู่บ้าง
“พวกเจ้าว่าในเมื่อคุณหนูใหญ่กลับมาแล้ว ทำไมกลับบอกว่ายังไม่กลับมา?”
“ผู้เฒ่าพูดเช่นนี้ได้ต้องมีเจตนาอื่นแน่”
“ทำไมข้ารู้สึกว่านี่เป็นความคิดของคุณหนูใหญ่เล่า?”
“พูดถึงนายท่าน นึกไม่ถึงว่ากลับมาครั้งนี้หน้านางจะหายดีแล้ว ไม่เห็นรอยตำหนิเลยสักนิด”
ได้ยินเขาเรียกนายท่าน คนอื่นๆ ก็ชายตามองเขาเหมือนยิ้มแต่ไม่ยิ้ม “ดูท่าทางที่โดนคุณหนูใหญ่ซ้อมไปชุดหนึ่งจะกำราบเจ้าได้จริงๆ!”
ชายหนุ่มชุดฟ้ามองค้อนพวกเขา เอ่ยยิ้มๆ “แหะ อย่าหาว่าข้าไม่เตือนพวกเจ้า ต้องรู้ไว้ว่าตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด” ขณะกำลังพูดก็เห็นเฟิ่งจิ่วสวมชุดสีขาวงามสง่าไม่ไกลเดินเข้ามา
“ดูสิ นั่นนายท่าน!”
ชายหนุ่มชุดฟ้าผุดรอยยิ้ม เดินเข้าไปโดยไม่พูดอะไรก่อนจะคารวะด้วยความเคารพ “ลัวอวี่คารวะนายท่าน”
ฝีเท้าเฟิ่งจิ่วชะงักเล็กน้อย มองเขาแวบหนึ่งแล้วเผยรอยยิ้มจางๆ “เจ้านั่นเอง!”
เขาฉีกยิ้ม “แหะๆ นายท่านยังจำข้าน้อยได้”
“ครั้งก่อนเจ้าโดนข้าซ้อมไปไม่ใช่หรือ?” เธอเลิกคิ้วชำเลืองมองเขา สายตามองผ่านพวกเขาที่เดินเขามาทางนั้น ไม่พูดอะไรแต่สาวก้าวเดินไปในเรือน
“ท่านปู่” เธอขานเรียก ผู้เฒ่าที่นั่งอยู่ในเรือนจึงเงยหน้าขึ้น