สียจริงๆ ยังดีกว่า!”
“แน่ล่ะสิ เจ้าว่าแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่สง่างามเช่นเขาเป็นถึงยอดฝีมือระดับบรรพชนนักรบ ตอนนี้อยู่ในสภาพเช่นนี้ก็เหมือนตายทั้งเป็น” อีกคนหนึ่งถอนหายใจ ส่ายหน้าพูดด้วยความสลดใจ
“เฮ้อ! หากแม่ทัพเฟิ่งล้มไป เกรงว่าจวนตระกูลเฟิ่งจะ…”
อีกคนหนึ่งฟังคำพูดนี้ก็หัวเราะขึ้นมา บอกว่า “ยังไงจวนตระกูลเฟิ่งก็ไม่เกี่ยวกับพวกเรา! ตั้งแต่อดีตมามีเรื่องเช่นนี้ผ่านไปมากมาย ข้าเดาว่าแค่ข่าวนี้กระจายออกไปเครือญาติจวนตระกูลเฟิ่งจะต้องโกลาหลกันหมดแน่”
“เครือญาติตระกูลเฟิ่ง? จวนตระกูลเฟิ่งนี้ไม่เหมือนกับตระกูลอื่น พวกเขาแยกทางกันไปตั้งนานแล้ว ต่อให้มีเครือญาติก็คงไม่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรอกกระมัง?”
“เหอะๆ เรื่องนี้พูดได้ยาก พอเฟิ่งเซียวล้มไปก็เหลือแค่ผู้เฒ่าเฟิ่งกับคุณหนูใหญ่ พวกเราไม่ใช่ไม่รู้ ผู้เฒ่าเฟิ่งเป็นโรคขี้หลงขี้ลืมไม่ใช่หรือ? แม้ช่วงนี้จะได้ไม่ยินว่าอาการกำเริบ แต่มันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้ ประกอบกับคุณหนูใหญ่อายุแค่สิบหก กำลังไม่พออายุยังน้อย ไหนเลยจะปกป้องพวกคนจวนตระกูลเฟิ่งได้? ตามความคิดข้า เดาว่าจวนตระกูลเฟิ่งจะมีปัญหาเสียแล้วล่ะ”
“มันก็พูดยาก ได้ยินว่าคุณหนูใหญ่เฟิ่งได้รับป้ายประจำตระกูลมาตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือ? มีองครักษ์ฟังคำสั่งนางใครจะกล้าสร้างปัญหากับจวนตระกูลเฟิ่ง?”
“หากไร้กำลังใครจะไปฟังคำสั่งสาวน้อยร่างบางกัน? ใครบ้างไม่รู้ว่าโลกนี้มีเพียงผู้แข็งแกร่งที