พากเข้าไปเยี่ยมเฟิ่งเซียวที่หมดสติอยู่เสียหน่อย
“โธ่! ผู้เฒ่าเฟิ่งอย่าได้กังวลไป สำหรับเรื่องที่รักษาชีวิตแม่ทัพเฟิ่งไว้ แม้จะสลบก็ยังมีโอกาสฟื้นขึ้นมาแน่” ผู้นำตระกูลท่านหนึ่งถอนใจเบาๆ ทำให้เพียงปลอบใจเช่นนี้
ผู้นำตระกูลอีกคนพยักหน้า บอกว่า “ถูกต้อง หากแคว้นแสงสุริยันเราไม่มีท่านหมอที่ปราดเปรื่องด้านทักษะการแพทย์ก็ลองไปเชิญจากแคว้นอื่นมาได้ อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง หากสามารถหาภูตหมอพบและตามเขามารักษาแม่ทัพเฟิ่งก็ไม่แน่ว่าจะไม่มีทางฟื้น”
“ตอนนี้ทำได้แค่กระจายข่าวถึงหมอที่มีชื่อเสียงรอบๆ หากสามารถหาที่อยู่ภูตหมอข้าคงวางก้อนหินใหญ่ในใจลงได้ แต่สถานการณ์ลูกชายข้าตอนนี้ เฮ้อ!” เขาถอนหายใจส่ายหน้าด้วยสีหน้าหมดหนทางและเศร้าโศก
“ท่านผู้เฒ่า ผู้ครองแคว้นมาขอรับ” พ่อบ้านคอยรายงานอยู่ตรงทางเข้า
ผู้เฒ่าออกไปรับหน้าเหลือเพียงเหลิ่งหวาเฝ้าอยู่ข้างเตียง ผู้นำตระกูลสองคนนั้นมองหน้ากันแล้วตามออกไป
“คารวะท่านผู้ครองแคว้น” ผู้เฒ่าประสานมือคารวะยังไม่ทันโน้มเอวมู่หรงป๋อก็ประคองขึ้นมา
“ท่านผู้เฒ่าไม่ต้องมากพิธี เฟิ่งเซียวเป็นอย่างไรบ้าง?”
หลังประคองผู้เฒ่าขึ้นก็เอ่ยปากถาม คำพูดห่วงใย ท่าทางกังวลใจ จบด้วยท่าทีกลัดกลุ้มที่เป็นห่วงเป็นใยข้าราชสำนักผู้น้อย
ผู้เฒ่าส่ายหน้าทั้งรอบตาแดงน้อยๆ ท่าทางมีความเศร้าหมองที่ยากจะปิดบัง “โชคดีผู้ดูแลตลาดมืดส่งยาช่วยชีวิตมา แม้เป็นเช่นนี้ก็แค่รักษาชีวิตไว้ แต่ตลอดมากลับไ