จริงด้วยท่านปู่ ตรงนี้พวกเราเฝ้าก็ได้ขอรับ” กวนสีหลิ่นพูดจบ บอกกับเหลิ่งหวาข้างๆ ว่า “เจ้าประคองท่านผู้เฒ่ากลับไปพักผ่อนที”
“ขอรับ”
เหลิ่งหวาขานรับแล้วเข้าไปประคองแขนผู้เฒ่าไว้ กล่าวด้วยเสียงอบอุ่น “ท่านผู้เฒ่า ข้าจะส่งท่านกลับไปพักผ่อนนะขอรับ!”
“ก็ดี งั้นปู่กลับไปพัก ค่ำๆ จะเข้ามาดู” ผู้เฒ่าลุกยืนขึ้น บอกว่า “เดิมทีปู่เก็บตัวฝึกบำเพ็ญเกือบจะได้บรรลุขั้นแล้ว แต่นึกไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น”
ได้ยินเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วก็ผุดรอยยิ้มจางๆ บอกว่า “แม้ท่านปู่ยังไม่บรรลุจากระดับบรรพชนนักรบขั้นสูงสุดไปถึงระดับจักรพรรดินักรบ แต่ไม่ว่ายังไงก็เข้าสู่ระดับบรรพชนนักรบขั้นสูงสุดช่วงที่สาม กำลังเช่นนี้ในยามนี้อาจจะดีที่สุดแล้วเจ้าค่ะ”
ผู้เฒ่าพยักหน้า “ไม่เลว ตอนนี้ในจวนเราเกิดเรื่องเช่นนี้ หากปู่บรรลุขั้นกลายเป็นผู้แข็งแกร่งระดับจักรพรรดินักรบ เกรงว่า… เฮ้อ! ค่อยว่ากันทีหลังเถอะ!” เขาถอนใจแล้วสาวก้าวเดินออกไป
คืนนี้เฟิ่งจิ่วเฝ้าอยู่ข้างกายเฟิ่งเซียว และเป็นดั่งที่เธอกังวล ถึงตอนค่ำเขาก็ไข้ขึ้นเพราะบาดแผลจริงๆ ยังดีที่เตรียมการไว้ก่อนจึงช่วยลดไข้ให้เขาพลางค่อยๆ เปลี่ยนยาตรงบาดแผล ในที่สุดถึงเวลาเที่ยงคืนอุณหภูมิถึงจะกลับมาเป็นปกติ
“เสี่ยวจิ่ว อุณหภูมิร่างกายพ่อบุญธรรมเป็นปกติแล้ว เจ้าก็พักผ่อนเถอะ!” เขารินน้ำให้ เห็นนางยุ่งวุ่นวายอยู่หน้าเตียงตลอดคืนไม่หยุดพักจึงทุกข์ใจอยู่บ้างอย่างอดไม่ได้
นางเ