้หรือไม่?” ขณะที่ถามคำนี้ออกไปหัวใจเขาสั่นเครือด้วยกลัวมากว่าสุดท้ายคนผมขาวจะต้องส่งคนผมดำแล้วจริงๆ
“อาการวิกฤตมากเจ้าค่ะ”
เธอพูดโดยไม่หันหน้ากลับมา หยิบเครื่องมือออกมาจากห้วงมิติ พลางบอกว่า “พี่ชาย ท่านเข้ามาช่วยที ข้าต้องดึงลูกศรออกมาก่อน”
“ได้!” กวนสีหลิ่นขานรับแล้วเร่งฝีเท้าเข้ามา
“เหลิ่งหวา ยกน้ำสะอาดเข้ามาให้ข้าด้วย!”
“ขอรับ!” เหลิ่งหวาขานรับก่อนจะหมุนตัววิ่งออกไป ไม่นานนักก็ยกน้ำสะอาดเข้ามา
ผู้เฒ่าช่วยอะไรไม่ได้จึงทำได้เพียงมองอยู่ข้างๆ อย่างร้อนใจ
เพียงเห็นเฟิ่งจิ่วล้างสองมือให้สะอาดเสียก่อน ค่อยฉีกเสื้อด้านหลังท่านพ่อจนขาด มองลูกศรนั่นสักพักขมวดคิ้วเล็กน้อย
นี่เป็นลูกศรหัวตะขอกลับ หากดึงออกมาตรงๆ จะต้องเกี่ยวเอาเนื้อออกมาแผ่นใหญ่ ถึงเวลานั้นจะหยุดเลือดไม่ได้อาการจะยิ่งสาหัส ดังนั้น เธอทำได้เพียงหยิบมีดเล็กออกมากรีดเปิดเนื้อข้างๆ พลางค่อยๆ ขยับลูกศรออกเบาๆ อย่างระมัดระวัง เลือดไหลออกมาพร้อมจุดๆ สีดำ
กวนสีหลิ่นเห็นลูกศรหัวตะขอกลับนั้นถูกดึงออกมาจากเนื้อทีละนิดๆ ตอนสุดท้ายที่นางดึงออกมาด้านนอกก็นำยาหยุดเลือดที่เตรียมไว้พรมลงยังรูเลือดเล็กๆ ที่คล้ายกับบ่อเลือดไปในเวลาเดียว ต้องใช้ยาไปเต็มๆ ครบหนึ่งขวดถึงจะห้ามเลือดที่ออกจากปากแผลไว้ได้
เฟิ่งจิ่วพันบาดแผลด้านหลังไว้เรียบร้อยอย่างง่ายดาย แล้วเลือกของมีคมที่แหลมและเล็กละเอียดราวกับท่อเหล็กจากพวกอุปกรณ์ต่างๆ พลางสั่งว่า “ให้เขานอน