อได้ยินคำพูดนี้ ผู้เฒ่าก็บอกกับกวนสีหลิ่นว่า “เจ้าลองออกไปดูหน่อย ขวางเขากลับไป ตอนนี้ข้าไม่อยากพบใครทั้งนั้น”
“ขอรับ” กวนสีหลิ่นขานรับ กำชับเหลิ่งหวาดูแลท่านผู้เฒ่าให้ดีถึงจะสาวก้าวเดินออกไปขณะเดียวกันก็ปิดประตูห้องลง
ด้านนอก เมื่อมู่หรงอี้เซวียนที่ถูกขวางไว้นอกเรือนเห็นกวนสีหลิ่นเดินออกมาจากห้อง ดวงตาฉายแววเล็กน้อย ไม่นึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างกวนสีหลิ่นกับตระกูลเฟิ่งจะสนิทสนมกันเช่นนี้ เขาถูกขวางไว้ด้านนอกแต่กวนสีหลิ่นกลับสามารถเข้าออกได้อิสระโดยไม่มีการห้ามปราม
“ท่านอ๋องสาม”
กวนสีหลิ่นประสานมือคารวะ มองเขาพลางพูด “เกิดเรื่องขึ้นในจวน ตอนนี้ทุกคนล้วนเป็นกังวลและวุ่นวายกันอย่างยิ่ง ขออภัยที่ไม่สามารถต้อนรับท่านอ๋องสามได้”
ได้ยินคำไล่แขกที่คลุมเครือ มู่หรงอี้เซวียนก็ไม่ถือสาหาความกับเขา แต่เอ่ยว่า “ข้าได้ยินข่าวบอกว่าเกิดเรื่องกับท่านอาเฟิ่งจึงรีบเข้ามา เสด็จพ่อข้าหลังได้รับข่าวก็ส่งท่านหมอสองคนมาดูว่าจะช่วยเหลืออะไรได้หรือไม่ ทักษะการเพทย์พวกเขานับว่าสูงสุดในเมืองอวิ๋นเยวี่ย หากข้าเข้าไปไม่สะดวกก็ให้ท่านหมอทั้งสองเข้าไปช่วยดูเถอะ!”
ได้ยินเช่นนี้ แววตากวนสีหลิ่นมองผ่านบนร่างชายวัยกลางคนกับชายชราด้านหลังเขา ชะงักไปเล็กน้อยพักหนึ่ง บอกว่า “รอสักครู่ ข้าจะลองเข้าไปถาม”
ไม่รู้ว่าเสี่ยวจิ่วจะรีบกลับมาเมื่อไหร่ หากท่านปู่ไม่มีความเห็นอะไรก็จะให้ท่านหมอสองคนนี้ไปดูอาการพ่อบุญธรรมก่อน
มู่ห